สหรัฐฯ ขู่คว่ำบาตรแบงก์ที่เอื้อจีนซื้อน้ำมันอิหร่าน เสี่ยงเขย่าความสัมพันธ์มหาอำนาจ

สหรัฐฯ ออกคำเตือนถึงสถาบันการเงินต่างชาติ ว่าอาจเผชิญมาตรการคว่ำบาตรทางอ้อม หากยังสนับสนุนโรงกลั่นเอกชนของจีนที่นำเข้าน้ำมันจากอิหร่าน แม้เสี่ยงกระทบความสัมพันธ์กับจีน

รายงานระบุว่า สหรัฐฯ เดินหน้ากดดันการส่งออกน้ำมันของอิหร่านอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดรายได้หลักของประเทศ โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานควบคุมสินทรัพย์ต่างประเทศ (OFAC) สังกัดกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ขึ้นบัญชีดำ Hengli Petrochemical (Dalian) Refinery ซึ่งเป็นโรงกลั่นน้ำมันเอกชนขนาดใหญ่ของจีน

ต่อมาในวันอังคาร (28 เม.ย.) กระทรวงฯ ย้ำจุดยืนว่า สถาบันการเงินใดก็ตามที่ยังคงสนับสนุนการค้ากับอิหร่าน อาจถูกดำเนินมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมได้เช่นกัน โดยสถาบันการเงินควรรับทราบว่ากระทรวงฯ กำลังใช้เครื่องมือและอำนาจที่มีอยู่อย่างเต็มรูปแบบ และพร้อมใช้มาตรการคว่ำบาตรทางอ้อมต่อสถาบันการเงินต่างชาติที่ยังคงสนับสนุนกิจกรรมของอิหร่าน

ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ แนะให้ธนาคารยกระดับระบบบริหารความเสี่ยง ตรวจสอบธุรกรรมกับโรงกลั่นอย่างเข้มงวดเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในมณฑลซานตงของจีนตอนเหนือ และแจ้งเตือนธนาคารตัวกลางให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการคว่ำบาตรอย่างเคร่งครัด

แม้จีนไม่ยอมรับมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวของสหรัฐฯ แต่ในทางปฏิบัติ หน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจของจีนมักหลีกเลี่ยงธุรกรรมกับบริษัทที่ถูกขึ้นบัญชีดำอยู่แล้ว โดยธนาคารรายใหญ่ของจีนมักปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐในกรณีอิหร่าน เกาหลีเหนือ และเจ้าหน้าที่บางรายในฮ่องกง เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่อระบบชำระเงินดอลลาร์

ทั้งนี้ แรงกดดันรอบใหม่ต่อโรงกลั่นเอกชน ซึ่งมีสัดส่วนกำลังการผลิตราว 1 ใน 3 ของจีน อาจกลายเป็นประเด็นตึงเครียดเพิ่มเติม ก่อนการพบหารือที่คาดว่าจะเกิดขึ้นระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในเดือนหน้า

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 เม.ย. 69)