สายการบินอินเดียจี้รัฐลดภาษีน้ำมัน หลังวิกฤตต้นทุนทำอุตสาหกรรมจ่อล่มสลาย

สายการบินหลักหลายแห่งในอินเดียออกประกาศเตือนถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดการระงับให้บริการ หากรัฐบาลไม่ลดราคาเชื้อเพลิงเครื่องบินลง

สมาพันธ์สายการบินอินเดีย (FIA) ซึ่งเป็นตัวแทนของสายการบินต่าง ๆ เช่น อินดิโก (IndiGo), แอร์อินเดีย (Air India) และสไปซ์เจ็ต (SpiceJet) ระบุว่า “อุตสาหกรรมสายการบินในอินเดียกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างรุนแรง และใกล้จะปิดตัวลงหรือหยุดให้บริการ” ตามจดหมายที่ส่งถึงกระทรวงการบินพลเรือนของอินเดีย

บรรดาสายการบินต่าง ๆ เรียกร้องให้รัฐบาลนำมาตรการเพดานราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน (ATF) กลับมาใช้เหมือนในช่วงวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงขอให้มีการลดหรือขยายเวลาชำระภาษี

หลายฝ่ายคาดว่า รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี จะปรับขึ้นราคาน้ำมันทันทีที่การเลือกตั้งระดับรัฐเสร็จสิ้นลงในวันพุธ (29 เม.ย.) แม้ว่าในการแถลงข่าวเมื่อวันอังคาร (28 เม.ย.) รัฐบาลจะปฏิเสธแผนการขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน แต่กลับหลีกเลี่ยงที่จะตอบคำถามในลักษณะเดียวกันเกี่ยวกับราคาเชื้อเพลิงเครื่องบิน

ทั้งนี้ เมื่อช่วงต้นเดือนเม.ย. อินเดียได้ยกเลิกการปรับขึ้นราคาเชื้อเพลิงเครื่องบินสำหรับเที่ยวบินในประเทศอย่างกะทันหัน ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเพิ่งปรับราคาขึ้นจนทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ตาม สายการบินต่าง ๆ ในอินเดียยังคงต้องแบกรับภาระค่าน้ำมันที่สูงกว่าในไทย ดูไบ มาเลเซีย หรือสิงคโปร์ อย่างมาก เนื่องจากโครงสร้างภาษีท้องถิ่นที่อยู่ในระดับสูง

แม้ว่าโรงกลั่นน้ำมันในอินเดียจะผลิตน้ำมันเครื่องบินได้มากกว่าความต้องการใช้ภายในประเทศ แต่การกำหนดราคายังคงอ้างอิงตามหลักราคานำเข้าเสมือนว่าเป็นการนำเข้าน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งรวมถึงการบวกค่าขนส่งสมมติ ค่าประกันภัย และภาษีศุลกากรเข้าไปด้วย

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 เม.ย. 69)