ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบเป็นส่วนใหญ่ กังวลราคาน้ำมันพุ่ง-เฟดคงดอกเบี้ย

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบเป็นส่วนใหญ่ในวันนี้ (30 เม.ย.) ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ร่วงลงกว่า 200 จุดในวันพุธ (29 เม.ย.) โดยถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นเนื่องจากสหรัฐฯ ยังคงปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประกาศคงอัตราดอกเบี้ย

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 59,484.71 จุด ลดลง 432.75 จุด หรือ -0.72%, ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 26,008.32 จุด ลดลง 103.52 จุด หรือ -0.39% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,107.30 จุด ลดลง 0.21 จุด หรือ -0.01%

ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลง 0.43% ส่วนดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ดีดตัวขึ้น 0.36%

ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น หลังจากหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สั่งการให้คณะทำงานเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายเวลาการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังพุ่งขึ้นอีก หลังจากสำนักข่าว Axios รายงานว่า ปธน.ทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านในการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ จะยังคงดำเนินต่อไปจนกว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นราว 1.96% สู่ระดับประมาณ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 0.2% แตะระดับ 107.09 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ด้านคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟด มีมติ 8 ต่อ 4 ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเมื่อวันพุธ (29 เม.ย.) โดยสมาชิก FOMC จำนวน 8 รายเห็นด้วยกับการคงอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ 4 รายลงมติไม่เห็นด้วยกับเสียงส่วนใหญ่ โดยสตีเฟน มิแรน โหวตให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ขณะที่อีก 3 ราย ได้แก่ เบธ แฮมแมค, นีล แคชแครี และลอรี โลแกน สนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ย แต่ไม่เห็นด้วยกับการส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายในแถลงการณ์ของเฟด

ทั้งนี้ ผลการประชุมดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า การประชุมเฟดครั้งนี้เป็นการประชุมที่มีเสียงแตกมากที่สุดในรอบ 30 ปี โดยทั้งแฮมแมค, แคชแครี และโลแกน รวมทั้งเจ้าหน้าที่เฟดอีกหลายคน ได้เตือนถึงความเสี่ยงของเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 เม.ย. 69)