
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และการลงทุนออสเตรเลีย (ASIC) เรียกร้องให้ภาคการเงินของประเทศเร่งเสริมมาตรการด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อรับมือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขั้นสูง เช่น Mythos
ASIC เผยแพร่จดหมายถึงอุตสาหกรรมบริการทางการเงินในวันนี้ (8 พ.ค.) โดยระบุว่า องค์กรต่าง ๆ จำเป็นต้องยกระดับระบบป้องกันทางไซเบอร์ให้แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ท่ามกลางความเสี่ยงรูปแบบใหม่จาก AI
ซิโมน คอนสแตนต์ กรรมาธิการของ ASIC ระบุว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของความเสี่ยงไซเบอร์ เนื่องจากโมเดล AI ขั้นสูงสามารถสร้างทั้งโอกาสและความเสี่ยงได้พร้อมกัน โดยเฉพาะความสามารถในการค้นหาช่องโหว่ด้านความปลอดภัยได้รวดเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดคิด
เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า ภาคธุรกิจไม่ควรรอให้ทุกอย่างชัดเจนก่อนเริ่มรับมือภัยคุกคามจาก AI รุ่นใหม่ แต่ควรเร่งดำเนินการทันทีอย่างเป็นระบบ เพื่อเสริมสร้างความยืดหยุ่นด้านไซเบอร์ขององค์กร
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า Mythos ซึ่งมีความสามารถด้านการเขียนโค้ดขั้นสูง อาจมีศักยภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในการตรวจหาช่องโหว่ด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ขณะที่บริษัทแอนโทรปิก (Anthropic) ผู้พัฒนา Mythos ยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับจดหมายของ ASIC
คำเตือนของ ASIC มีขึ้น หลังหน่วยงานกำกับดูแลภาคธนาคารของออสเตรเลียเตือนเมื่อเดือนที่แล้วว่า อุตสาหกรรมบริการการเงินของประเทศยังปรับตัวด้านความปลอดภัยข้อมูลไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของ AI
คอนสแตนต์ระบุว่า เวลานี้สถานการณ์ใกล้เข้าสู่จุดวิกฤตแล้ว และองค์กรที่ยังไม่ได้เตรียมพร้อมด้านความยืดหยุ่นทางไซเบอร์จำเป็นต้องเริ่มดำเนินการทันที
ทั้งนี้ Anthropic ได้เปิดตัว Claude Mythos Preview ภายใต้โครงการ Project Glasswing ซึ่งจำกัดการเข้าถึงอย่างเข้มงวด และมีบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เข้าร่วม เช่น อะเมซอน (Amazon), ไมโครซอฟท์ (Microsoft), อินวิเดีย (Nvidia) และแอปเปิ้ล (Apple)
ด้านธนาคารกลางและหน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินต่างกำลังถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับความสามารถในการติดตามและรับมือความเสี่ยงจาก AI หลังผลสำรวจพบว่า หน่วยงานกำกับดูแลยังล้าหลังภาคธุรกิจการเงินอย่างมากในการนำ AI มาใช้งาน และยังขาดข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงรูปแบบใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น
งานวิจัยที่เผยแพร่ในเดือนเม.ย. โดย Cambridge Centre for Alternative Finance ระบุว่า สถาบันการเงินนำ AI มาใช้ในอัตราที่สูงกว่าหน่วยงานกำกับดูแลมากกว่า 2 เท่า โดยมีหน่วยงานกำกับดูแลเพียง 2 ใน 10 แห่งเท่านั้นที่รายงานว่ามีการใช้งาน AI ขั้นสูง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 พ.ค. 69)





