
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามและกำชับการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่สาธารณะบริเวณหาดบางเทา ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต พร้อมรับฟังปัญหาจากประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยนายกรัฐมนตรีได้พูดคุย ให้กำลังใจ และสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อคุ้มครองสิทธิของประชาชน ซึ่งมีประชาชนเข้ายื่นหนังสือขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับผลกระทบด้านการทำมาหากินและการดำรงชีวิตประจำวัน
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเป็นธรรมของประชาชนเป็นอันดับแรก หลังได้รับรายงานว่า มีการคุกคามและข่มขู่จากกลุ่มผู้มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในพื้นที่ พร้อมยืนยันว่า ภายใต้รัฐบาลนี้จะไม่ปล่อยให้ผู้มีอิทธิพลหรือกลุ่มนักเลงมาสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเด็ดขาด
“วันนี้มาด้วยความเป็นห่วงหลังจากได้รับรายงานว่า พี่น้องประชาชนถูกคุกคามจากพวกนักเลง จากพวกคนไม่ดี ซึ่งผมไม่เรียกพวกนี้ว่า เป็นผู้มีอิทธิพล คนเหล่านี้คือกุ๊ยธรรมดานี่เอง ภายใต้รัฐบาลนี้จะไม่ให้มีกุ๊ยมาคุกคามพี่น้องประชาชน แม้แต่คำว่าอันธพาลก็ดูสูงไปที่จะใช้เรียกคนกลุ่มนี้ ต้องเรียกว่า กุ๊ย ซึ่งคนเหล่านี้ไม่มีอะไรเลย พอเจอของจริงก็วิ่งหางจุกตูด”
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากมีการข่มขู่ รังแก หรือคุกคามประชาชน ขอให้แจ้งนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพราะหน้าที่ของรัฐคือการปกป้องประชาชน และจะไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย
นายกรัฐมนตรี ระบุเพิ่มเติมว่า การแก้ไขปัญหาพื้นที่สาธารณะต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ โดยต้องยึดข้อกฎหมายเป็นหลัก ควบคู่ไปกับการดูแลโอกาสในการประกอบอาชีพของประชาชน พร้อมย้ำว่า หากผู้ประกอบการให้ความร่วมมือ รัฐบาลพร้อมหาแนวทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์พื้นที่ร่วมกันได้อย่างเหมาะสม
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สิ่งที่ตนให้ความสำคัญสูงสุดวันนี้ที่มามี 2 เรื่อง คือ 1.ต้องไม่มีผู้มีอิทธิพล ในเมืองไทยมาเฟียมีไม่ได้ มาฟรียิ่งต้องไม่มี และ 2.คนข่มเหงผู้ที่อ่อนแอกว่า เจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งฝ่ายปกครอง ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต้องยอมไม่ได้เด็ดขาด
“ถ้ามันต้องมีมาเฟีย เราต้องเป็นมาเฟียของมาเฟีย คือ มาเฟียกุ๊ยต้องกลัวมาเฟียที่เป็นเจ้าหน้าที่ ต่อจากนี้ต้องไม่มีการข่มเหงทุบรถ รังแกชาวบ้าน ต้องไม่มีเด็ดขาด”นายกรัฐมนตรี กล่าว
นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า วันนี้ไม่ได้มาปิดโอกาสการทำมาหากินของประชาชน แต่ทุกคนต้องให้ความร่วมมือ ซึ่งอาจจะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง เพื่อที่ทุกคนสามารถดำเนินกิจการ สร้างรายได้สร้างโอกาสต่อไป
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เป็นผู้ประสานงานหลักในการแก้ไขปัญหา ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อเร่งหาทางออกภายใต้กรอบกฎหมาย
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังประกาศให้ “บางเทา Sandbox” เป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาการใช้พื้นที่สาธารณะและการบุกรุกพื้นที่ของรัฐ เพื่อขยายผลไปยังพื้นที่อื่นทั่วประเทศ โดยย้ำว่า หากพื้นที่สาธารณะใดไม่มีแผนพัฒนาของรัฐ ก็ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนใช้ประโยชน์ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ด้านนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ทุกฝ่ายจะร่วมกันหาทางออกที่สมดุล ทั้งด้านกฎหมาย การรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และการทำมาหากินของประชาชน พร้อมยืนยันว่า จะไม่ปล่อยให้มีการแอบอ้างอิทธิพลหรือใช้อำนาจนอกกฎหมายในพื้นที่
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (10 พ.ค. 69)




