
จูลี โคแซก โฆษกกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยว่า การหารือระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อเศรษฐกิจโลก พร้อมชี้ว่า การลดความตึงเครียดและความไม่แน่นอนระหว่างสองชาติจะเป็นผลดีต่อทุกฝ่าย
โฆษกหญิงของ IMF แถลงต่อสื่อมวลชนเมื่อวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) ว่า การที่สหรัฐฯ และจีนเปิดการเจรจาในระดับผู้นำถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง พร้อมระบุว่า ความคืบหน้าใด ๆ ที่ช่วยลดความตึงเครียดทางการค้าและลดความไม่แน่นอน จะเป็นผลดีต่อทั้งเศรษฐกิจสหรัฐฯ จีน และเศรษฐกิจโลกโดยรวม
ที่ผ่านมา IMF เรียกร้องให้สหรัฐฯ และจีนใช้การเจรจาเพื่อคลี่คลายข้อพิพาททางการค้ามาโดยตลอด
ทั้งนี้ บรรยากาศการหารือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างสองฝ่ายเริ่มมีทิศทางเชิงบวกมากขึ้น หลังมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าที่ทั้งสองประเทศใช้เพื่อตอบโต้กันไปมา เกือบทำให้การค้าระหว่างสองประเทศหยุดชะงัก
ด้านทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ว่า จีนตกลงสั่งซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 200 ลำ ขณะที่สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายยังหารือเกี่ยวกับข้อตกลงด้านพลังงานและสินค้าเกษตรของสหรัฐฯ รวมถึงแนวคิดจัดตั้งกลไกความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนทวิภาคีสำหรับภาคธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงเชิงยุทธศาสตร์
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 พ.ค. 69)





