
หอการค้าอังกฤษ (BCC) เตือนเมื่อวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) ว่า แผนปรับลดโควตานำเข้าเหล็กและการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของรัฐบาลอังกฤษ อาจสร้างความปั่นป่วนต่อห่วงโซ่อุปทาน และเพิ่มภาระต้นทุนให้ภาคอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ
BCC ระบุในจดหมายถึงรัฐบาลว่า มาตรการดังกล่าวเสี่ยงก่อให้เกิด “ปัญหาทางการเงินและโลจิสติกส์อย่างแท้จริง” ต่ออุตสาหกรรมปลายน้ำ เช่น การก่อสร้าง วิศวกรรม และการผลิต ซึ่งยังต้องพึ่งพาเหล็กนำเข้าที่ไม่สามารถจัดหาได้จากผู้ผลิตภายในประเทศ
ภายใต้มาตรการใหม่ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. อังกฤษเตรียมลดโควตานำเข้าเหล็กปลอดภาษีลงรวม 60% โดยเหล็กบางประเภทอาจถูกลดโควตาลงสูงถึง 90% ขณะที่ภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าที่เกินโควตาจะเพิ่มขึ้นจาก 25% เป็น 50%
BCC ระบุว่า มาตรการดังกล่าวอาจซ้ำเติมภาคธุรกิจที่กำลังเผชิญต้นทุนสูงและปัญหาซัพพลายเชนที่เปราะบางอยู่แล้ว
วิลเลียม เบน หัวหน้าฝ่ายนโยบายการค้าของ BCC กล่าวว่า แม้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปกป้องอุตสาหกรรมเหล็กภายในประเทศอย่างเหมาะสม แต่ข้อเสนอด้านภาษีและโควตาอาจก่อให้เกิดผลกระทบที่ไม่ได้ตั้งใจ และสร้างความเสียหายต่อฐานการผลิตของอังกฤษในช่วงเวลาสำคัญ
BCC ยังเตือนว่า ผู้ผลิตบางรายอาจต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้นหลายล้านปอนด์ หากโควตานำเข้าถูกใช้เต็มแล้ว ขณะที่บางบริษัทอาจจำเป็นต้องหยุดสายการผลิต เพราะเหล็กเกรดเฉพาะทางบางชนิดไม่มีการผลิตในประเทศ
นอกจากนี้ ภาคธุรกิจอาจหันไปนำเข้าเหล็กจากผู้ผลิตต่างประเทศที่มีต้นทุนต่ำกว่า ซึ่งอาจสวนทางกับเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนของอังกฤษ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการย้ายฐานการผลิตออกนอกประเทศ
ทั้งนี้ BCC เรียกร้องให้รัฐบาลลดขนาดการปรับลดโควตา ค่อย ๆ ปรับขึ้นภาษีนำเข้าแบบเป็นขั้นตอน รวมถึงขยายมาตรการผ่อนผันสำหรับคำสั่งซื้อเดิม และเผยแพร่การประเมินผลกระทบต่ออุตสาหกรรมปลายน้ำอย่างครบถ้วน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 พ.ค. 69)





