
บมจ.ยูเอซี โกลบอล [UAC] รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/69 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 365.67 ล้านบาท ลดลง 23.16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จากการลดลงของรายได้กลุ่มธุรกิจ Trading และธุรกิจในกลุ่ม Manufacturing – Energy ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัท 27.80 ล้านบาท ลดลง 35.97% YoY ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 81.98 ล้านบาท หรือ 22.42% ลดลง 13.95% YoY แต่สูงกว่าเป้าที่วางไว้ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกและความผันผวนด้านพลังงานที่ยังส่งผลต่อภาคอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงรักษาความแข็งแกร่งทางการเงินได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 537.54 ล้านบาท และมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.80 เท่า ต่ำกว่ากรอบนโยบายทางการเงินที่กำหนดไว้ไม่เกิน 2 เท่า ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) อยู่ที่ร้อยละ 29.02 เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 24.84 ในช่วงเดียวกันปีก่อน
นางสาวอลิสา ชีวะเกตุ General Manager – Strategic Investment ของ UAC กล่าวว่า ในไตรมาส 1/69 บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมรักษาความสามารถในการทำกำไรและการดำเนินงานตามแผนที่วางไว้ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยบริษัทยังคงเดินหน้าต่อยอดการลงทุนและพัฒนานวัตกรรมผ่าน “UAC SYNOVA” เพื่อเสริมศักยภาพการเติบโตและสร้างโอกาสทางธุรกิจในระยะยาวอย่างยั่งยืน
ด้านกลุ่มธุรกิจ Trading มีรายได้รวม 246.41 ล้านบาท โดยรายได้จากกลุ่ม Industrial ปรับตัวดีขึ้นและแม้ว่าสินค้าในกลุ่ม Oil & Gas จะปรับตัวลดลง แต่อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ของกลุ่มธุรกิจ Trading ยังคงสูงกว่าแผนที่กำหนดไว้ กลุ่มธุรกิจ Manufacturing – Energy มีรายได้รวม 44.77 ล้านบาท โดยสามารถเดินเครื่องผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทได้เร่งขยายแหล่งวัตถุดิบเพิ่มเติม เพื่อรองรับการเพิ่มกำลังการผลิตในอนาคตขณะที่กลุ่มธุรกิจ Manufacturing – Petroleum มีรายได้รวม 74.49 ล้านบาท จากปริมาณการผลิตน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ยังทรงตัวในระดับสูง
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ “JUMP+ Plan” ผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ Business Growth Plan, Corporate Governance Plan และ Climate Action Plan พร้อมต่อยอดการลงทุนผ่านหน่วยงาน “UAC SYNOVA” เพื่อพัฒนาธุรกิจใหม่ ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 พ.ค. 69)





