เกิดเหตุโดรนโจมตีใกล้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของ UAE จนท.เร่งสืบสวนแหล่งที่มา

กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้ออกแถลงการณ์ในวันอาทิตย์ (17 พ.ค.) ว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของ UAE ได้ยิงสกัดโดรน 3 ลำที่รุกล้ำเข้าสู่น่านฟ้าของ UAE จากบริเวณชายแดนทางทิศตะวันตก โดยโดรน 2 ใน 3 ลำถูกสกัดกั้นได้สำเร็จ ขณะที่ลำที่ 3 ได้พุ่งชนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่อยู่นอกเขตชั้นในของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์บารากาห์ (Barakah) ในภูมิภาคอัล ดาฟรา

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ UAE เปิดเผยว่า การโจมตีดังกล่าวส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ที่เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ซึ่งต่อมาสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ โดยไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ และไม่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยของกัมมันตรังสี

กระทรวงการต่างประเทศ UAE ได้ประณามการกระทำดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นการโจมตีโดยผู้ก่อการร้าย และถือเป็น “การยกระดับสถานการณ์ที่อันตราย” ซึ่งคุกคามความมั่นคงของประเทศ โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนเพื่อระบุแหล่งที่มาของการโจมตีดังกล่าว

แถลงการณ์ของกระทรวงยังระบุด้วยว่า การมุ่งเป้าโจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกทางนิวเคลียร์เพื่อสันตินั้น ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อพลเรือนและสิ่งแวดล้อม พร้อมกับย้ำว่า UAE จะสิทธิ์ในการตอบโต้ต่อภัยคุกคามใด ๆ ที่มีต่ออธิปไตยและความมั่นคงแห่งชาติ ตามหลักของกฎหมายระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์บารากาห์ถือเป็นหัวใจสำคัญของเป้าหมายด้านพลังงานสะอาดของ UAE โดยโรงไฟฟ้าแห่งนี้ได้เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบในเดือนก.ย. 2567 และผลิตกระแสไฟฟ้าสะอาดได้ประมาณ 40 เทราวัตต์-ชั่วโมงต่อปี ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราว 25% ของความต้องการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดภายในประเทศ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 พ.ค. 69)

ข่าวล่าสุด