รฟท.ตั้งกก.ฟันวินัยร้ายแรงคนขับรถไฟเสพยาชนยับแถมไม่มีใบอนุญาต เร่งเยียวยาเหยื่อดับ 8 ราย-เจ็บอื้อ

นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผยว่า ได้รับข้อมูลจากตำรวจว่า ตรวจพบการใช้สารเสพติดในปัสสาวะของพนักงานขับรถไฟขบวน 2126 แหลมฉบัง-ชุมทางบางซื่อ ที่ชนกับรถโดยสารประจำทางสาย 3-30 (สาย 206) รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ที่จอดบริเวณ จุดตัดทางรถไฟถนนอโศก-ดินแดง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และผู้บาดเจ็บ 30 ราย เมื่อวันที่ 16 พ.ค.69 ที่ผ่านมา

กรมการขนส่งทางราง ตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้ใช้บริการระบบราง และประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน จึงได้ออกคำสั่งด่วนที่สุดให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จัดให้มีการตรวจคัดกรองสารเสพติด และวัดปริมาณแอลกอฮอล์กับ “พนักงานที่มีหน้าที่ขับขี่ และควบคุมการเดินรถ” รวมถึง “พนักงานภาคพื้นดินที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย” เช่น พนักงานกั้นถนน, พนักงานประแจ ทุกรายก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละผลัด โดยใช้มาตรการ “Zero Tolerance” (ต้องเป็นศูนย์เท่านั้น)

นายพิเชฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับพนักงานขับรถไฟ “นายสยมพร สอนกูล” ยังไม่ได้รับใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่จากกรมการขนส่งทางราง และสั่งให้ระงับการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานขับรถไฟรายดังกล่าว และให้ รฟท. ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง พร้อมทั้งสั่งการให้ รฟท. พักงานพนักงานขับรถไฟ และพนักงานคุมไม้กั้นที่เกี่ยวข้องทันที พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด และสืบสวนเชิงลึกว่าผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง ปล่อยให้ผู้มีสารเสพติดมาปฏิบัติหน้าที่ขับรถไฟ ซึ่งต้องรับผิดชอบชีวิตคนจำนวนมากได้อย่างไรต่อไป

นายพิเชฐ กล่าวว่า พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ.2568 มาตรา 90 ระบุว่า “ในกรณีที่มีเหตุอันเชื่อได้ว่า ผู้ประจำหน้าที่ใดมีสารอยู่ในร่างกาย อันเกิดจากการเสพสุรา หรือของมึนเมาอย่างอื่น ยาเสพติดให้โทษ หรือวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ให้ผู้ตรวจการขนส่งทางรางมีอำนาจตรวจหรือทดสอบ หรือสั่งให้รับการตรวจหรือทดสอบว่า ผู้นั้นมีสารนั้น ๆ อยู่ในร่างกายหรือไม่ ทั้งนี้ วิธีการตรวจหรือทดสอบให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในระเบียบที่อธิบดีประกาศกำหนด”

โดยกรมการขนส่งทางราง อยู่ระหว่างออกประกาศ เพื่อใช้บังคับตามกฎหมายต่อไปอีกด้วย การออกคำสั่งนี้ เป็นไปเพื่อการสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชน และผู้โดยสารว่ากรมการขนส่งทางราง ยึดมั่นในหลักการความปลอดภัยสูงสุด

นายกิตติกานต์ ผอ.องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ยืนยันว่า ขสมก. พร้อมที่จะให้การเยียวยา และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างเต็มกำลัง และสุดความสามารถ ทั้งกรณีของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยทุกคนจะได้รับการชดเชยตามวงเงินสูงสุดที่บริษัทประกันภัยและระบบกองทุนตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถจะสามารถให้ได้

แต่หากมีค่าใช้จ่ายส่วนใดที่นอกเหนือจากที่ประกันภัย หรือ พ.ร.บ.จะจ่ายให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายอันเกี่ยวเนื่องกับการจัดงานศพ หรือค่ารักษาพยาบาลส่วนเกินจากสิทธิ์ประกันภัย ทาง ขสมก. ก็พร้อมที่จะเข้าไปชดเชยและดูแลรับผิดชอบให้เช่นกัน ทั้งนี้โดยจะได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากกลุ่มภาคีเครือข่ายคนรักรถเมล์อีกด้วย

สำหรับมาตรการเยียวยาและบรรเทาสาธารณภัยในเบื้องต้น ขสมก. ได้ประสานงานร่วมกับ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด และระบบกองทุนตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เพื่อส่งเจ้าหน้าที่เข้าดูแลรับผิดชอบทันที โดยมีกรอบวงเงินเยียวยาทางกฎหมายเบื้องต้น คือ กรณีเสียชีวิตรายละ 1,500,000 บาท และกรณีบาดเจ็บเริ่มต้นรายละ 80,000 บาท ไปจนถึงสูงสุดรายละ 500,000 บาท

ขสมก. จะนำเงินสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายคนรักรถเมล์ เข้ามาช่วยเติมเต็มในส่วนเกินตามที่ ผอ.ขสมก. ได้ให้คำมั่นไว้ ในส่วนของผู้เสียชีวิต ขสมก. ได้ดำเนินการติดตามรายชื่อครบถ้วนทุกรายแล้ว และติดต่อประสานญาติ เพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่าง ๆ ต่อไป

อย่างไรก็ดี สำหรับญาติของผู้โดยสารรถประจำทางสาย 206 ที่ต้องการติดต่อสอบถาม ค้นหารายชื่อ หรือแจ้งข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ ฝ่ายปกครอง สำนักงานเขตราชเทวี โทร. 06 3935 5369 และ BMTA Contact Center โทร. 1348 ตลอดจนติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นทางการ ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ “ขสมก. พร้อมบวก”

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 พ.ค. 69)