
ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้ยืนยันเป้าหมายร่วมกันเพื่อผลักดันการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ในระหว่างการประชุมสุดยอด ณ กรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 14-15 พ.ค.ที่ผ่านมา
แถลงการณ์ซึ่งเผยแพร่ในวันอาทิตย์ (17 พ.ค.) ระบุว่า จีนจะดำเนินการแก้ไขข้อกังวลของสหรัฐฯ เกี่ยวกับปัญหาห่วงโซ่อุปทานแร่หายากและแร่สำคัญอื่น ๆ รวมถึงข้อจำกัดในการจำหน่ายอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและแปรรูปแร่หายาก
อย่างไรก็ตาม เอกสารดังกล่าวไม่ได้กล่าวถึงประเด็นไต้หวัน แม้ว่าปธน.สีได้เตือนระหว่างการหารือว่า หากจัดการประเด็นดังกล่าวอย่างไม่เหมาะสม อาจนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างสองชาติมหาอำนาจของโลก
ส่วนในประเด็นสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ผู้นำทั้งสองเห็นตรงกันว่าอิหร่านไม่ควรครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมเรียกร้องให้มีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และย้ำว่าไม่ควรมีประเทศหรือองค์กรใดเรียกเก็บค่าผ่านทางในพื้นที่ดังกล่าว
ด้านเศรษฐกิจ จีนตกลงซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ มูลค่าอย่างน้อย 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี ไปจนถึงปี 2571 เพิ่มเติมจากข้อตกลงการซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ ที่จีนให้คำมั่นไว้เมื่อเดือนต.ค. 2568 ขณะเดียวกัน จีนยังอนุมัติการจัดซื้อเครื่องบินโบอิ้งจากสหรัฐฯ เบื้องต้นจำนวน 200 ลำ สำหรับสายการบินจีน
ทั้งนี้ สหรัฐฯ และจีนยังได้จัดตั้งสองกลไกใหม่ ได้แก่ คณะกรรมการการค้า และคณะกรรมการการลงทุน เพื่อยกระดับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจทวิภาคี โดยคณะกรรมการการค้าจะทำหน้าที่บริหารจัดการการค้าสินค้าที่ไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นอ่อนไหวด้านความมั่นคง ขณะที่คณะกรรมการการลงทุนจะเป็นเวทีหารือระหว่างรัฐบาลเกี่ยวกับประเด็นด้านการลงทุน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 พ.ค. 69)





