
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (18 พ.ค.) เนื่องจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรและราคาน้ำมันอันเนื่องมาจากสงครามอิหร่าน ทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อและความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
- ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 3.90 ดอลลาร์ หรือ 0.09% ปิดที่ 4,558.00 ดอลลาร์/ออนซ์
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ซึ่งเป็นมาตรวัดต้นทุนการกู้ยืมทั่วโลก ทะยานขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. 2568 เนื่องจากความกังวลว่าราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นอันเนื่องมาจากภาวะชะงักงันของการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จะทำให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นและอาจทำให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ล่าสุด เครื่องมือ FedWatch ของ CME บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 36.7% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ภายในสิ้นปีนี้ หลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงเกินคาดในสัปดาห์ที่แล้ว
ขณะเดียวกัน ธนาคารบางแห่งได้เริ่มปรับลดคาดการณ์แนวโน้มราคาทองคำในระยะใกล้อันเนื่องมาจากอุปสงค์ที่ลดลงในหมู่นักลงทุน โดย JPMorgan ปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำเฉลี่ยในปี 2569 ลงสู่ระดับ 5,243 ดอลลาร์/ออนซ์ จากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ระดับ 5,708 ดอลลาร์/ออนซ์
ส่วนราคาน้ำมันพุ่งขึ้น ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการทำสงครามครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันอาทิตย์ (17 พ.ค.) ว่า เวลาของอิหร่านกำลังจะหมดลง และอิหร่านควรรีบเคลื่อนไหวให้รวดเร็ว ก่อนที่จะไม่เหลืออะไรเลย
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันลดช่วงบวก หลังจากสำนักข่าว Tasnim ของอิหร่านรายงานว่า อิหร่านได้ยื่นข้อเสนอฉบับใหม่ 14 ข้อสำหรับยุติสงครามกับสหรัฐฯ ให้แก่ปากีสถานซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลาง นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า สหรัฐฯ ยอมตกลงในข้อเสนอฉบับล่าสุดที่จะยกเว้นการใช้มาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านในระหว่างที่มีการเจรจา ซึ่งแตกต่างจากร่างข้อเสนอของสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 พ.ค. 69)




