สมาคมสายการบินแนะภาครัฐช่วยเหลือสายการบินในเอเชียรับมือราคาน้ำมันพุ่ง

หว่อง หง ผู้อำนวยการสมาคมสายการบินเอเชียแปซิฟิก (AAPA) กล่าวว่า สายการบินต่าง ๆ ในเอเชียจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล เพื่อรับมือกับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบินที่พุ่งสูงขึ้นกว่าเท่าตัว มิฉะนั้นอาจทำให้สายการบินบางแห่งมีความเสี่ยงที่จะล้มละลายเหมือนกับสายการบิน สปิริต แอร์ไลน์ (Spirit Airlines Inc.) ของสหรัฐฯ โดยสปิริต แอร์ไลน์ ได้ยุติการดำเนินงานเมื่อต้นเดือนนี้ หลังจากที่ไม่สามารถแบกรับภาระราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นได้

หงกล่าวว่า สายการบินต่าง ๆ ต้องการความช่วยเหลือและการฟื้นฟูในระดับที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่การสนับสนุนทางการเงินโดยตรง ไปจนถึงการได้รับอนุญาตให้ปรับลดตารางเที่ยวบินได้โดยไม่เกิดผลกระทบเชิงลบตามมา โดยเขากล่าวว่า ไม่มีใครอยากเห็นสายการบินใดต้องตกอยู่ในสถานการณ์แบบเดียวกับสปิริต แอร์ไลน์ และคงเป็นเรื่องน่าเสียดายหากสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นก่อนที่รัฐบาลจะดำเนินการใด ๆ

ผู้อำนวยการ AAPA ได้ชี้ให้เห็นถึงกรณีที่สายการบินต่าง ๆ ถูกรัฐบาลวิพากษ์วิจารณ์จากการปรับลดเที่ยวบิน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่รัฐจำเป็นต้องมีความเข้าใจที่มากขึ้น โดยเขากล่าวว่ารัฐบาลควรเข้ามามีส่วนร่วมและทำความเข้าใจให้มากขึ้น เนื่องจากระบบนิเวศของสายการบินนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง และคงไม่มีใครอยากเห็นสายการบินใดต้องล้มละลาย

ทั้งนี้ AAPA คาดการณ์ว่าสายการบินต่าง ๆ จะมีกำไรลดลงในปีนี้ ขณะที่จำนวนผู้โดยสารจะน้อยลงอันเนื่องมาจากราคาตั๋วเครื่องบินที่แพงขึ้น และขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารจะลดลงในปีนี้ด้วย

นับตั้งแต่สงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อปลายเดือนก.พ. สายการบินในเอเชียก็ได้รับการสนับสนุนในระดับที่แตกต่างกันและยังคงอยู่ในวงจำกัด โดยมาเลเซียได้ขยายเวลาและยกเว้นค่าธรรมเนียมสนามบินหลายประเภท ส่วนอินเดียได้มีการจัดเก็บภาษีการส่งออกน้ำมันเบนซิน รวมทั้งปรับลดภาษีน้ำมันดีเซลและน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องบิน เพื่อบรรเทาแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น

แต่นับจนถึงขณะนี้สายการบินในฮ่องกงยังไม่ได้รับความช่วยเหลือใด ๆ เช่นเดียวกับสายการบิน แอร์ นิวซีแลนด์ (Air New Zealand) ซึ่งมีรัฐบาลเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ แม้ว่ามีการคาดการณ์ว่าสายการบินแห่งนี้จะขาดทุนอย่างหนักตลอดทั้งปี จนทำให้ต้องเร่งใช้มาตรการปรับลดต้นทุน

สำหรับสายการบินที่เป็นสมาชิกของสมาคม AAPA นั้นมี 18 ราย ซึ่งรวมถึง สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส (Singapore Airlines), คาเธ่ย์ แปซิฟิค (Cathay Pacific), แอร์ อินเดีย (Air India) แควนตัส แอร์เวย์ (Qantas Airways) ไปจนถึงสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส และการบินไทย

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 พ.ค. 69)