“อนุทิน” นำทีม สส.ภูมิใจไทย ยื่นร่างแก้ไขรธน.ต่อประธานรัฐสภาวันนี้ เปิดทางตั้ง สสร. 100 คน

นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวภายหลังการประชุม สส.พรรคภูมิใจไทยประจำสัปดาห์ว่า ที่ประชุม สส.พรรค มีมติ 190 เสียง ร่วมกันลงชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย โดยเนื้อหาในร่างของพรรคภูมิใจไทย จะแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 โดยเพิ่มเติมหมวด 15/1 เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามผลการลงประชามติของประชาชน 21 ล้านเสียง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.69

โดยในช่วงสายวันนี้ (20 พ.ค.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะนำทีมคณะกรรมการบริหารพรรค และ สส.ของพรรค ไปยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานรัฐสภา

ด้ายนายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในฉบับของพรรคภูมิใจไทย จะมีการเสนอตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) จำนวน 100 คน ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญ 23 คน และมาจากการสมัครทั่วประเทศ 77 คน และสำรองอีก 300 คน

สำหรับสัดส่วนที่จะมีการตั้ง สสร. นั้น จะแบ่งเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น 45 คน ประกอบด้วย สสร. 30 คน สำรอง 15 คน และกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นอีก 45 คน ประกอบด้วย สสร. 15 คน สำรอง 15 คน และประชาชน 15 คน โดยมีกรอบเวลาการทำงานของ สสร. 360 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้มีการฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างเต็มที่ โดยหลักการจะไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง เพราะจะขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

จากนั้นจะให้สมาชิกรัฐสภาเป็นผู้เลือก โดยสัดส่วนของ สสร. เป็นไปตามสัดส่วนของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งมีรูปแบบเดียวกับการเลือกกรรมาธิการสามัญ กล่าวคือ สมาชิกรัฐสภามีทั้งสิ้น 700 คน แบ่งเป็น สส. 500 คน และ สว. 200 คน ซึ่ง สส. จะได้โควตาที่ประมาณ 71 คน และสว. ได้ 29 คน

นายนิกร กล่าวอีกว่า ส่วนที่เป็นปัญหาเรื่อง สว. ในการเห็นชอบรัฐธรรมนูญนั้น ในครั้งที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยได้เสนอให้ต้องมีเสียง สว.เห็นชอบ อย่างน้อย 1 ใน 5 นั้น ได้ปรับลดลงให้เหลือ 1 ใน 4 หรือเท่ากับใช้เสียง สว. ประมาณ 50 เสียงในการเห็นชอบรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดการประนีประนอม กับ สว. ซึ่งต้องมีการพูดคุยกันในชั้นกรรมาธิการอีกครั้ง พร้อมยืนยันว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับของพรรคภูมิใจไทย จะไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 โดยจะมีการเขียนไว้อย่างชัดเจน

ส่วนที่พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะถูกชี้นำโดยพรรคภูมิใจไทยนั้น นายนิกร กล่าวว่า เป็นไปตามสัดส่วนของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งแฟร์ที่สุดแล้ว ประชาชนเลือกมาแบบนี้ เราก็ยึดตามหลักการนี้

ส่วนกรณีที่จำนวนเสียง สส.ของพรรคภูมิใจไทย 192 เสียง และเสียงของ สว. จะทำให้การโหวต สสร. ถูกครอบงำหรือไม่นั้น นายนิกร กล่าวว่า ไม่สามารถมารวมกันได้ เพราะอยู่คนละสภาฯ

“ใครจะเชื่ออย่างไร ก็เชื่อไป เพราะเป็นสัดส่วนของรัฐสภา สว.ก็ของ สว. สส.ก็ของ สส. เป็นไปตามหลักการเสียงข้างมาก” นายนิกร กล่าว

พร้อมระบุว่า หลังจากที่พรรคภูมิใจไทย ได้มีการยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อประธานรัฐสภาแล้ว คาดว่าจะเริ่มต้นการพิจารณาในวาระที่ 1 ได้ในสมัยประชุมนี้ หรือเดือนมิ.ย.69

“เมื่อกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิด สสร.เสร็จสิ้นแล้ว และมีการทำประชามติในครั้งที่ 2 หากประชาชนเห็นชอบ ก็มีผลบังคับใช้ หากมีการยุบสภา สสร. ก็จะมีชีวิตอยู่ ไม่ล้มหายตายจาก” นายนิกร ระบุ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 พ.ค. 69)