Google เปิดตัว AI ราคาถูกลุยตลาดองค์กรในงาน I/O พร้อมอัปเกรดฟีเจอร์มัดใจคนเขียนโค้ด

กูเกิล (Google) ในเครืออัลฟาเบท (Alphabet) เปิดตัวเอเจนต์ AI ลงในช่องค้นหาโดยตรงเมื่อวันอังคาร (19 พ.ค.) พร้อมเปิดตัวโมเดล Gemini เวอร์ชันที่ประมวลผลเร็วขึ้นและราคาถูกลง หวังดับความร้อนแรงของคู่แข่งอย่างแอนโทรปิก (Anthropic) และโอเพนเอไอ (OpenAI) ในกลุ่มลูกค้าองค์กร

อัลฟาเบทซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าบริษัทจ่อเบียดอินวิเดีย (Nvidia) ขึ้นแท่นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก ยังได้เสริมความแข็งแกร่งให้ผลิตภัณฑ์หลักสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป ทั้งกูเกิล เสิร์ช (Google Search) และยูทูบ (YouTube) ด้วยการเปิดตัวชุดเอเจนต์ AI อัตโนมัติที่สามารถทำงานแทนผู้ใช้ได้ทันที เช่น การสั่งซื้อสินค้า การเช็กตั๋วว่าง และการจัดตารางเวลาแบบเรียลไทม์

“เมื่อผู้ใช้งานหันมาใช้ฟีเจอร์ AI ในระบบเสิร์ช พวกเขาก็จะยิ่งใช้งานเสิร์ชมากขึ้น” ซุนดาร์ พิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอัลฟาเบทกล่าว

การเปิดตัวนวัตกรรมในงานประชุมนักพัฒนาประจำปี Google I/O ณ เมืองเมาน์เทนวิว รัฐแคลิฟอร์เนียครั้งนี้ ถือเป็นการโชว์ศักยภาพครั้งใหญ่ครั้งแรกนับตั้งแต่การอัปเดตโมเดล Gemini AI เมื่อฤดูหนาวที่ผ่านมา ซึ่งช่วยให้กูเกิลทวงคืนพื้นที่ในการแข่งขัน AI ที่ดุเดือดครั้งนี้ได้ และยังชี้ให้เห็นว่ากูเกิลกำลังเร่งเปลี่ยนฐานผู้ใช้งานจำนวนมหาศาลให้กลายเป็นแต้มต่อในสมรภูมิ AI

กูเกิลได้เปิดตัวเครื่องมือใหม่หลายรายการที่พัฒนาบนตระกูลโมเดล Gemini 3.5 โดยเริ่มจาก Gemini 3.5 Flash ที่ออกแบบมาเพื่อการเขียนโค้ดและประมวลผลงานอัตโนมัติ ส่วน Gemini 3.5 Pro จะเปิดตัวในเดือนหน้า

นอกจากนี้ อัลฟาเบทยังปรับลดราคาแพ็กเกจสมาชิก AI ระดับท็อปอย่าง Ultra ที่ให้สิทธิ์การใช้งาน AI ขั้นสูงและมีขีดจำกัดการใช้งานที่สูงขึ้น ลงเหลือ 200 ดอลลาร์ต่อเดือน จากเดิม 250 ดอลลาร์ พร้อมเปิดตัวแพ็กเกจ Ultra รุ่นราคา 100 ดอลลาร์ต่อเดือน สำหรับนักพัฒนาและผู้ใช้งานสายทำงานโดยเฉพาะ

“เราพบว่าหลายบริษัทใช้โควตาโทเคนรายปีจนหมดเกลี้ยง ทั้งที่เพิ่งจะเดือนพ.ค.” พิชัยกล่าว โดยโทเคนคือหน่วยข้อมูลที่ใช้ในการประมวลผลของโมเดล AI

พิชัยระบุเสริมว่า บริษัทขนาดใหญ่ที่ใช้งานหนักจะประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ต่อปีหากเปลี่ยนมาใช้โมเดลของกูเกิล โดยเขาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวก่อนงานแถลงข่าวว่า โมเดลของกูเกิลมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับโมเดลชั้นนำอื่น ๆ แต่มีค่าใช้จ่ายเพียง 1 ใน 3 เท่านั้น

ขณะที่โอเพนเอไอและแอนโทรปิก ซึ่งกำลังเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าองค์กรที่ทำกำไรสูง กูเกิลจึงโต้กลับด้วยการเปิดตัว Antigravity ผู้ช่วยเขียนโค้ดเวอร์ชันใหม่ เพื่อท้าชนกับ Claude Code ของแอนโทรปิกที่เป็นผู้นำตลาดอยู่ในขณะนี้

ล่าสุดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา กูเกิลได้เปิดตัว Gemini Spark เอเจนต์ตัวใหม่ที่สามารถดึงข้อมูลจากแอปต่าง ๆ เช่น Chrome, Gmail และยูทูบ มาช่วยร่างรายงานและจัดการตารางเวลาได้โดยอัตโนมัติ

พิชัยระบุว่า ปัจจุบัน Gemini มีผู้ใช้งานรายเดือนพุ่งแตะ 900 ล้านราย เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจาก 400 ล้านรายเมื่อเดือนพ.ค. ปีที่แล้ว ขณะที่ฟีเจอร์ AI Overviews ในระบบเสิร์ชมีผู้ใช้งาน 2.5 พันล้านราย และ AI Mode มีผู้ใช้งานราว 1 พันล้านราย

นอกจากนี้ ระบบเสิร์ชจะสามารถตอบคำถามบางประเภทด้วยภาพและโค้ดที่สร้างโดย AI เพื่ออธิบายแนวคิดทางวิทยาศาสตร์ หรือสร้างเครื่องมืออย่างโปรแกรมติดตามการออกกำลังกาย

ทั้งนี้ บริการ Search เป็นแหล่งรายได้หลักของอัลฟาเบทในปี 2568 ซึ่งมีรายได้รวมอยู่ที่ 4.028 แสนล้านดอลลาร์ โดยปีนี้บริษัทกำลังเร่งเพิ่มงบลงทุน (capex) ด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ 1.80-1.90 แสนล้านดอลลาร์

บริษัทยังเปิดตัว Gemini Omni โมเดลวิดีโอตัวใหม่ ซึ่งวางตัวให้เป็นรุ่นต่อยอดจาก Nano Banana โมเดลสร้างภาพที่เคยเป็นกระแสไวรัลและดึงดูดผู้ใช้รายใหม่ได้ถึง 13 ล้านรายภายใน 4 วันเมื่อเดือนก.ย. ปีที่ผ่านมา

พร้อมกันนี้ กูเกิลได้กำหนดเปิดตัวโครงการแว่นตาอัจฉริยะที่นำกลับมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้งในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ ภายใต้ความร่วมมือกับซัมซุง (Samsung) รวมถึงบริษัทแว่นตาอย่าง วอร์บี พาร์กเกอร์ (Warby Parker) และ เจนเทิล มอนสเตอร์ (Gentle Monster)

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 พ.ค. 69)