
นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวถึงความคืบหน้าการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ว่า กรมประชาสัมพันธ์ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้ไปเจรจากับหน่วยงานต่างๆ ทั้ง สปอนเซอร์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) รวมถึงต่อรองราคาค่าลิขสิทธิ์กับสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA)
“ทางฟีฟ่าได้เสนอราคามา ทางเราดูแล้วไม่สมเหตุสมผลที่จะมีคำตอบให้กับประชาชนได้ ทางกรมประชาสัมพันธ์จึงได้ทำการต่อรองราคาไป ซึ่งต้องรอว่าทางฟีฟ่าจะลดราคาให้ตามที่เราต่อรองราคาไปหรือไม่ และตอนนี้ยังมีประชาชนบางส่วนยังอยากให้มีการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกอยู่ แต่เราก็ต้องยึดหลักเรื่องของเศรษฐกิจปากท้องถ้าดูแล้วมันไม่ใช่ Fair Price เราตอบคำถามประชาชนไม่ได้ก็คงจะไม่มีโปรเจ็กต์นี้ แต่หากมีการลดราคาลงมาและเราสามารถตอบคำถามประชาชนได้ก็คงว่ากันอีกที”
ส่วนคำถามว่ารัฐบาลยังไม่ได้พับแผนการซื้อซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ใช่หรือไม่นั้น นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ยังต้องรอผลการเจรจาต่อรองราคา แต่ต้องยึดประชาชนเป็นหลักและพิจารณาปัญหาประเด็นเศรษฐกิจก่อน อีกทั้งปัจจุบันเงื่อนไขการแข่งขันฟุตบอลโลกไม่เหมือน 4 ปีที่แล้ว เพราะเวลาแข่งขันส่วนใหญ่อยู่ในช่วงเวลาตี 3 ตี 5 และ 9 โมงเช้า ร้านค้าร้านอาหารส่วนใหญ่ และผับบาร์ไม่สามารถเปิดได้ ทำให้สปอนเซอร์ไม่เข้ามาสนับสนุน ไม่เหมือนกับการซื้อลิขสิทธิ์ครั้งก่อนที่มีสปอนเซอร์เข้ามาสนับสนุนงบเกือบครึ่ง แต่รอบนี้ไม่มีสปอนเซอร์ไม่มีใครกล้าขายโฆษณา เพราะมีเงื่อนไขหลายอย่าง
นางสาวศุภมาส กล่าวอีกว่า นอกเหนือจากนั้นประเทศไทยเองตอนนี้ประชาชนอยู่ในสถานะ “ใจบาง” เรื่องสถานการณ์ตะวันออกกลาง ดังนั้นการใช้จ่ายถึงแม้จะไม่ใช่เงินของทางราชการ อย่างที่นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่าจะไม่ใช้เงินหลวง แต่การใช้จ่ายอะไรก็ต้องดูถึงความคุ้มค่า ส่วนที่บางคนบอกว่าฟุตบอลโลกเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยนั้น รัฐบาลก็จะหาวิธีการอื่นส่งเสริมเยาวชนให้หันมารักการออกกำลังกาย การเล่นกีฬา และการเตะฟุตบอลได้
ประกอบกับคิดว่าประชาชนคงจะพยายามหาช่องทางในการรับชมการแข่งขันได้ เพราะในสมัยนี้โลกออนไลน์มีช่องทางต่างๆ มากมายที่จะเข้าไปดู
“ฟีฟ่ายังไม่ได้บอกจะให้คำตอบเมื่อใดยังอยู่ระหว่างการประชุม ซึ่งต้องรอฟีฟ่าแจ้งกลับมา แต่เบื้องต้นฟีฟ่าแจ้งมาว่าไม่สามารถลดราคาได้ หรืออาจจะลดราคาได้เพียงนิดหน่อย แต่ถ้าฟีฟ่าลดราคาได้มากเท่าไหร่ก็ต้องนำมาพิจารณาอีกครั้งว่า ตัวเลขที่ได้สามารถตอบคำถามประชาชนได้หรือไม่ เพราะต้องยึดประชาชนเป็นหลัก”นางสาวศุภมาศ กล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 พ.ค. 69)





