
สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) รายงานในวันนี้ (20 พ.ค.) ว่า อัตราเงินเฟ้อของสหราชอาณาจักร (UK) ปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่าหนึ่งปีในเดือนเม.ย. โดยมีสาเหตุมาจากฐานเปรียบเทียบรายปีที่เอื้ออำนวย รวมทั้งความพยายามของรัฐบาลในการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับภาคครัวเรือน
ข้อมูลของ ONS ระบุว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวขึ้น 2.8% ในเดือนเม.ย. ชะลอตัวลงจากระดับ 3.3% ในเดือนมี.ค. และต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์เอกชนและธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 3%
ส่วนอัตราเงินเฟ้อในภาคบริการ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้แรงกดดันด้านราคาพื้นฐาน อยู่ที่ระดับ 3.2% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2565
ต้นทุนเชื้อเพลิงปรับตัวขึ้น 23% ในเดือนเม.ย. เนื่องจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านยังคงทำให้ผู้ขับขี่รถยนต์ในอังกฤษเผชิญกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นนี้ได้ถูกชดเชยด้วยค่าใช้จ่ายที่ลดลงของภาคครัวเรือน เนื่องจากการบังคับใช้นโยบายของรัฐบาลได้เปลี่ยนภาระต้นทุนส่วนใหญ่ของแหล่งพลังงานสะอาดไปรวมอยู่ในภาษีทั่วไป ซึ่งนโยบายนี้เป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณเมื่อช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้วของราเชล รีฟส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ
ทั้งนี้ ค่าไฟฟ้าในเดือนเม.ย.ลดลง 8.4% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วที่เพิ่มขึ้น 2.9% ส่วนราคาก๊าซปรับตัวลง 4.4% ขณะที่ราคาเชื้อเพลิงเหลวซึ่งรวมถึงฮีทติ้งออยล์ ดีดตัวขึ้น
สกุลเงินปอนด์อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์หลังจาก ONS เปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อในวันนี้ โดยลดลง 0.1% แตะที่ระดับ 1.3376 ปอนด์ต่อดอลลาร์
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 พ.ค. 69)





