
องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (JNTO) เปิดเผยวันนี้ (20 พ.ค.) ว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเยือนญี่ปุ่นในเดือนเม.ย. ลดลง 5.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สู่ระดับ 3.69 ล้านคน โดยตัวเลขที่ลดลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากการระงับและปรับลดเที่ยวบินจากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง รวมถึงปัญหาข้อพิพาททางการทูตกับจีน
รายงานระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นการลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนม.ค.ที่ผ่านมา แม้ว่าตัวเลขในเดือนเม.ย.นี้จะยังคงเป็นยอดรวมรายเดือนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เข้าสู่ปี 2569 ก็ตาม
เมื่อแยกตามประเทศและภูมิภาค พบว่านักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางลดลง 21.4% อยู่ที่ 22,300 คน เนื่องจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ส่งผลกระทบต่อการจราจรทางอากาศในสนามบินบางแห่ง และกระทบต่อเที่ยวบินจากยุโรปที่ต้องบินผ่านตะวันออกกลางเพื่อไปยังญี่ปุ่น
ส่วนนักท่องเที่ยวจากจีนดิ่งลงถึง 56.8% อยู่ที่ 330,700 คน หลังจากรัฐบาลจีนออกประกาศเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังญี่ปุ่น ซึ่งคำแนะนำดังกล่าวมีขึ้นหลังความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศย่ำแย่ลง จากการแสดงความคิดเห็นของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ญี่ปุ่นจะเข้าไปมีส่วนร่วมหากเกิดเหตุฉุกเฉินในไต้หวัน
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า เกาหลีใต้ครองแชมป์อันดับหนึ่งด้วยจำนวนนักท่องเที่ยว 878,600 คน เพิ่มขึ้น 21.7% ตามด้วยไต้หวันที่ 643,500 คน เพิ่มขึ้น 19.7%
ทั้งนี้ ตัวเลขนักท่องเที่ยวจาก 9 ตลาดหลัก ซึ่งรวมถึงเกาหลีใต้ ไต้หวัน เวียดนาม และสหรัฐฯ ต่างทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนเม.ย.
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 พ.ค. 69)





