“ซัมซุง” บรรลุดีลค่าจ้างกับสหภาพก่อนเส้นตาย ลดเสี่ยงสะเทือนศก.–ซัพพลายชิปโลก

ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ (Samsung Electronics) ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ที่สุดของโลก บรรลุข้อตกลงด้านค่าจ้างกับสหภาพแรงงานอย่างหวุดหวิดก่อนเส้นตายการนัดหยุดงานในวันนี้ (21 พ.ค.) ซึ่งช่วยคลายความกังวลต่อผลกระทบที่อาจลุกลามต่อเศรษฐกิจเกาหลีใต้ที่พึ่งพาการส่งออก รวมถึงความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก

รายงานระบุว่า ข้อพิพาทระหว่างสองฝ่ายยืดเยื้อมาตั้งแต่ปลายปีก่อน โดยมีประเด็นหลักอยู่ที่ระบบโบนัสตามผลงาน ซึ่งผูกกับผลประกอบการธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ท่ามกลางภาวะตลาดชิปหน่วยความจำที่กำลังเติบโตทั่วโลก

ภายใต้ข้อตกลงเบื้องต้น ซัมซุงตกลงจัดสรรโบนัสพิเศษให้พนักงานในธุรกิจชิปในอัตรา 10.5% ของกำไรจากผลประกอบการ โดยไม่มีเพดานจำกัด พร้อมทยอยจ่ายบางส่วนเป็นหุ้นบริษัทในระยะเวลาอย่างน้อย 10 ปี

นอกจากนี้ เงื่อนไขโบนัสดังกล่าวยังผูกกับเป้าหมายผลประกอบการ โดยตั้งเป้ากำไรจากการดำเนินงานของธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์มากกว่า 200 ล้านล้านวอนต่อปีในช่วงปี 2569–2571 และระดับ 100 ล้านล้านวอนในช่วงปี 2572–2578

เงินโบนัสทั้งหมดจะถูกแบ่งเป็น 40% สำหรับหน่วยธุรกิจโดยรวม และอีก 60% กระจายไปยังแต่ละทีมธุรกิจ ขณะที่ประเด็นการจัดสรรให้หน่วยที่ขาดทุน ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อขัดแย้งสำคัญ ถูกเลื่อนการตัดสินใจออกไปอีก 1 ปี

หากอิงจากประมาณการกำไรของซัมซุงที่อาจแตะระดับ 300 ล้านล้านวอนในปีนี้ โบนัสพิเศษอาจคิดเป็นมูลค่าสูงสุดราว 600 ล้านวอนต่อพนักงานหนึ่งคนในแผนกธุรกิจชิป ซึ่งมีจำนวนราว 28,000 คน

ขณะเดียวกัน แผนการนัดหยุดงานของพนักงานเกือบ 48,000 คน เป็นระยะเวลา 18 วัน ได้ถูกระงับไว้ชั่วคราว โดยจะนำข้อตกลงเข้าสู่กระบวนการลงมติของสมาชิกสหภาพระหว่างวันที่ 22–27 พ.ค.นี้

นักวิเคราะห์ประเมินว่า หากเกิดการหยุดงานจริง อาจกระทบกำลังการผลิต DRAM ทั่วโลก 3–4% และ NAND flash ราว 2–3% ซึ่งมีแนวโน้มจะผลักดันราคาชิปให้ปรับตัวสูงขึ้นอีก

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมระบุว่า การบรรลุข้อตกลงในช่วงนาทีสุดท้ายสะท้อนแรงกดดันร่วมกันของทั้งฝ่ายบริหารและแรงงาน เนื่องจากการหยุดงานเต็มรูปแบบที่มีกำหนดเริ่มในวันนี้นั้น อาจสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจเกาหลีใต้อย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่ามูลค่าความเสียหายอาจสูงถึงราว 100 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 6.67 หมื่นล้านดอลลาร์

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 พ.ค. 69)