BBGI บริหารซัพพลายเชนสู้สงครามปรับหมากรับต้นทุนพุ่ง ดีเดย์ Q2 รับ SAF เต็มไตรมาสดันเป้า 7 พันบาร์เรล/วัน

นายเดชพนต์ เลิศสุวรรณโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.บีบีจีไอ [BBGI] กล่าวว่า สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้ภาครัฐส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนต่อบริษัท อย่างไรก็ตามต้นทุนปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบ ขณะเดียวกันผลกระทบจากสงครามมีผลต่อการดำเนินงานเพียงเดือนเดียวในไตรมาส 1/69 ดังนั้นผลประกอบการส่วนใหญ่เกิดจากการที่บริษัทมีการวางแผนการผลิตอย่างดี รวมทั้งการบริหารต้นทุนผ่านการทำ Operational Excellence & Supply Chain Optimization ซึ่งภาพรวมทั้งปีแม้จะเกิดหรือไม่เกิดสงครามก็เชื่อว่าบริษัทจะสามารถสร้างผลการดำเนินงานให้เติบโตได้

“อย่างไรก็ตาม อยากให้ติดตามด้านนโยบายของภาครัฐ ซึ่งเชื่อว่าจากสถานการณ์สงครามในปัจจุบันทำให้ภาครัฐตระหนักถึงความมั่นคงทางพลังงานเพิ่มขึ้น ส่วนตัวเชื่อว่าภาครัฐน่าจะยังส่งเสริมพลังงานทดแทนและพลังงานชีวภาพต่อเนื่อง”นายเดชพนต์ กล่าว

เหตุการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ภาครัฐมีมาตรการปรับเพิ่มสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลเพิ่มขึ้น แต่ปริมาณการใช้ไม่ได้เพิ่มสูงขึ้นตาม เนื่องจากการที่ราคาน้ำมันอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง ทำให้ภาคประชาชนและอุตสาหกรรมประหยัดการใช้พลังงาน จึงยังไม่เห็นสัญญาณความต้องการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพเพิ่มขึ้นมากนัก

ขณะที่ผลกระทบด้านวัตถุดิบ ทำให้การจัดหาวัตถุดิบลำบากขึ้น เนื่องจากวัตถุดิบบางส่วนมาจากตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตามบริษัทปรับกลยุทธ์ในการจัดซื้อจัดหา กระจายแหล่งวัตถุดิบไปนอกพื้นที่สงคราม ทำให้มั่นใจว่าจะสามารถจัดหาวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องกับการผลิตได้ ซึ่งปัจจุบันได้จัดหาครอบคลุมถึงสิ้นปีแล้ว

อย่างไรก็ตาม ราคาวัตถุดิบหลายชนิดปรับราคาสูงขึ้น รวมทั้งต้นทุนอื่น ๆ ปีนี้บริษัทจึงยังมุ่งเน้นการทำ Operational Excellence เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร ควบคู่ไปกับการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพเพื่อตอบสนองต่อเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ ด้านราคาเชื้อเพลิงชีวภาพ ปัจจุบันเป็นลักษณะ Cost Push เนื่องจากต้นทุนสูงผลักดันให้ราคาสูง แต่บริษัทยังมุ่งมั่นรักษาระดับราคาหรือระดับกำไรในลักษณะใกล้เคียงเดิมตลอดทั้งปี

สำหรับโครงการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) ที่มีการผลิตและจำหน่ายเชิงพาณิชย์ไปเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา รายได้จะเข้ามาเต็มไตรมาสตั้งแต่ไตรมาส 2/69 เป็นต้นไป โดยในช่วงครึ่งปีหลังตั้งเป้าหมายกำลังการผลิต SAF ไว้ที่ 5-7 พันบาร์เรลต่อวัน

ด้านมาตรการปรับเพิ่มสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลเป็น B7 ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 13 มิ.ย. 69 บริษัทยังคงจับตาดูนโยบายว่าจะมีความต่อเนื่องอย่างไร ทั้งนี้จากการติดตามกระแสข่าวภาครัฐยังมีแนวโน้มส่งเสริมการผสมเป็น B7 ต่อไป เนื่องจากต้องติดตามประเด็นความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ซึ่งนโยบายต่าง ๆ อาทิ ห้ามส่งออกกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป ยังคงมีการควบคุมอยู่ ภาครัฐยังให้ความสำคัญ ดังนั้นคาดว่ามาตรการใช้ B7 น่าจะได้รับการต่ออายุ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 พ.ค. 69)

ข่าวล่าสุด