
กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ประกาศแผนพัฒนาเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งคาดว่าจะมีบทบาทสำคัญในการรับมือภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธจากเรือดำน้ำของเกาหลีเหนือ
กระทรวงฯ แถลงในวันนี้ (26 พ.ค.) ว่า การปล่อยเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ลำแรกคาดว่าจะเกิดขึ้นช่วงกลางทศวรรษ 2030 ตามด้วยการเข้าประจำการประมาณช่วงปลายทศวรรษ 2030 เป็นต้นไป
แถลงการณ์ดังกล่าวนับเป็นประกาศครั้งแรกของเกาหลีใต้เกี่ยวกับการพัฒนาเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ นับตั้งแต่ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ผู้นำเกาหลีใต้ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ หารือเรื่องนี้ร่วมกันเมื่อเดือนต.ค.ปีที่แล้ว
กระทรวงฯ ระบุว่า เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์มีขีดความสามารถในการปฏิบัติการที่ดีกว่าอย่างมากเมื่อเทียบกับเรือดำน้ำดีเซล-ไฟฟ้าแบบทั่วไป ซึ่งรวมถึงความสามารถในการอยู่ใต้น้ำเป็นเวลานานและความคล่องตัวสูง และจะมีบทบาทสำคัญในการต่อต้านภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธจากเรือดำน้ำของเกาหลีเหนือ
แถลงการณ์ระบุว่า ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะต่ำจะถูกนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิง โดยกระบวนการพัฒนาและก่อสร้างทั้งหมดจะเกิดขึ้นในเกาหลีใต้ เพื่อให้มั่นใจในการพึ่งพาตนเองและความมั่นคงในการเสริมสร้างขีดความสามารถ บำรุงรักษา และซ่อมแซม
ในการประชุมคณะรัฐมนตรีช่วงเช้าวันนี้ ปธน.อีกล่าวว่า เกาหลีใต้ “ต้องเร่งนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และโดรนมาใช้ ตลอดจนผลักดันการใช้เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศในอนาคต”
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า เกาหลีใต้ยืนยันว่าจะปฏิบัติตามพันธกรณีด้านการไม่แพร่กระจายอาวุธนิวเคลียร์อย่างเคร่งครัดตลอดกระบวนการจัดหาและบริหารจัดการยูเรเนียมเสริมสมรรถนะต่ำที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ โดยจะมีการปรึกษาหารืออย่างใกล้ชิดกับสหรัฐฯ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 พ.ค. 69)




