
ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงในวันอังคาร (26 พ.ค.) หลังความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวโน้มการบรรลุข้อตกลงยุติความขัดแย้งกับอิหร่านกดดันบรรยากาศการลงทุน ภายหลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางตอนใต้ของอิหร่าน โดยระบุว่าเป็นการโจมตีเพื่อป้องกันตนเอง
- ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 628.01 จุด ลดลง 3.62 จุด หรือ -0.57%
- ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,173.11 จุด ลดลง 85.15 จุด หรือ -1.03%
- ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,184.89 จุด ลดลง 204.21 จุด หรือ -0.80% และ
- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,491.39 จุด เพิ่มขึ้น 25.13 จุด หรือ +0.24%
ก่อนหน้านี้ในวันจันทร์ (25 พ.ค.) ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 27 ก.พ. ซึ่งเป็นวันก่อนเกิดความขัดแย้ง และขยับเข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ไม่ถึง 1% จากความหวังว่าสันติภาพในภูมิภาคอาจใกล้เกิดขึ้น
อย่างไรก็ตาม การโจมตีครั้งล่าสุด รวมถึงคำกล่าวของ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ที่ระบุว่า การเจรจาข้อตกลงกับอิหร่านอาจใช้เวลาอีกหลายวัน ได้ลดทอนความหวังดังกล่าว ขณะที่ตลาดจับตาสัญญาณใด ๆ ที่อาจบ่งชี้ว่าความตึงเครียดจะยกระดับขึ้นอีก
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งขึ้นมากกว่า 4% ทำให้เกิดความกังวลด้านเงินเฟ้อ เนื่องจากยูโรโซนพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นจำนวนมาก
ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในยุโรปปรับตัวลง ยกเว้นดัชนี FTSE 100 ของอังกฤษที่เพิ่มขึ้น 0.2% หลังกลับมาเปิดทำการหลังตลาดปิดเนื่องในวันหยุดเมื่อวันจันทร์
อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นของดัชนี FTSE 100 ถูกจำกัดจากแรงขายในหุ้น BP หลังบริษัทปลด อัลเบิร์ต แมนิโฟลด์ ออกจากตำแหน่งประธานบริษัทโดยมีผลทันที ส่งผลให้ราคาหุ้นร่วงลง 4%
ด้านหุ้น Ferrari ดิ่งลง 8.4% หลังผู้ผลิตรถสปอร์ตหรูเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบคันแรก ในช่วงเวลาที่คู่แข่งหลายราย เช่น Porsche และ Lamborghini กำลังชะลอแผนธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า จากอุปสงค์ที่อ่อนแอ
หุ้น Ferrari ปรับตัวลงรายวันที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2568 และกดดันหุ้นกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน ซึ่งปรับตัวลง 1.9%
นักลงทุนยุโรปยังประเมินความเห็นของ อิซาเบล ชนาเบล กรรมการธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่ระบุว่า ECB ควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิ.ย. แม้ว่าการเจรจาสันติภาพกับอิหร่านจะนำไปสู่ข้อตกลงได้ก็ตาม
มาร์ก เฮเฟเล ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ UBS Global Wealth Management กล่าวว่า แม้อัตราดอกเบี้ยอาจยังผันผวนในระยะใกล้จากการที่ธนาคารกลางตอบสนองต่อความเสี่ยงเงินเฟ้อ แต่ตลาดกำลังประเมินการคุมเข้มนโยบายการเงินสูงเกินไป และประเมินผลกระทบจากการชะลอตัวของ GDP ต่ำเกินไป
ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า ขณะนี้ตลาดให้น้ำหนักราว 90% ที่ ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนมิ.ย. รวมถึงคาดว่าจะมีการปรับขึ้นอีกอย่างน้อย 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ภายในสิ้นปีนี้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 พ.ค. 69)





