
ทางการไต้หวันได้จับกุมตัวผู้ต้องสงสัย 3 รายที่ลักลอบส่งชิปปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของบริษัท อินวิเดีย คอร์ป (Nvidia Corp.) ไปยังประเทศจีน โดยอัยการไต้หวันเชื่อว่าผู้ต้องสงสัยเหล่านี้สามารถลักลอบส่งชิป AI ดังกล่าวไปยังจีนจนสำเร็จ หลังจากที่ได้ส่งออกชิปไปยังประเทศญี่ปุ่นก่อนในขั้นแรก
สำนักงานอัยการเขตจีหลงของไต้หวันได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 รายตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในข้อหาปลอมแปลงเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกเซิร์ฟเวอร์ของบริษัท ซูเปอร์ ไมโคร คอมพิวเตอร์ (Super Micro Computer) ซึ่งบรรจุชิปขั้นสูงของอินวิเดียที่รัฐบาลสหรัฐฯ สั่งห้ามจำหน่ายให้แก่จีนโดยไม่มีใบอนุญาตจากสหรัฐฯ โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ไต้หวันเข้าจับกุมผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 รายนั้น เจ้าหน้าที่ยังได้ยึดเซิร์ฟเวอร์ได้ประมาณ 50 เครื่องที่ผู้ต้องสงสัยเหล่านี้กำลังจัดเตรียมเอกสารส่งออกอันเป็นเท็จ อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวเปิดเผยกับบลูมเบิร์กว่า มีสินค้าอย่างน้อยหนึ่งเที่ยวเรือที่สามารถผ่านพิธีการศุลกากรของไต้หวันได้ก่อนหน้านี้แล้ว
แหล่งข่าวระบุว่า สินค้าเที่ยวแรกถูกส่งไปยังประเทศญี่ปุ่น ก่อนที่จะถูกส่งต่อไปยังฮ่องกง ซึ่งถูกมองว่าเป็นจุดพักสินค้าจำพวกฮาร์ดแวร์ที่จะถูกส่งต่อไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ในท้ายที่สุด อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวปฏิเสธที่จะระบุจำนวนฮาร์ดแวร์ที่เจ้าหน้าที่ไต้หวันเชื่อว่าถูกลักลอบขนส่งไปได้สำเร็จ พร้อมกับระบุเพิ่มเติมว่า ผู้ต้องสงสัยเหล่านี้ยังมีแผนที่จะใช้ญี่ปุ่นเป็นประเทศทางผ่านสำหรับเซิร์ฟเวอร์ล็อตที่เจ้าหน้าที่ไต้หวันเพิ่งยึดได้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วด้วยเช่นกัน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวนับเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลไต้หวันเปิดฉากปราบปรามการลักลอบเปลี่ยนเส้นทางขนส่งชิป AI อย่างเป็นทางการ หลังจากที่สหรัฐฯ กดดันไต้หวันมานานหลายปีให้ดำเนินการเชิงรุกมากขึ้นในการสกัดกั้นจีนไม่ให้เข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูง
สำหรับการสืบสวนในครั้งนี้ คาดว่าเป็นกรณีแรกที่มีบ่งชี้ว่าอัยการของไต้หวันมุ่งเป้าไปที่เส้นทางลักลอบขนส่งชิป AI ผ่านทางญี่ปุ่น ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐฯ และเป็นรากฐานสำคัญของยุทธศาสตร์ด้านการป้องกันประเทศของอเมริกาในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ขณะที่คดีอื่น ๆ ก่อนหน้านี้มักมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนเส้นทางผ่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงคดีฟ้องร้องครั้งใหญ่ที่สุดในลักษณะนี้ในสหรัฐฯ
ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในหลายพื้นที่ในเอเชียที่บริษัทจีนใช้เป็นช่องทางเข้าถึงชิป AI ของอเมริกา ผ่านการเช่าฮาร์ดแวร์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทต่างชาติและติดตั้งอยู่ในศูนย์ข้อมูลในต่างประเทศ ซึ่งรูปแบบดังกล่าวได้รับการอนุญาตภายใต้กฎระเบียบควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ที่เริ่มบังคับใช้ครั้งแรกในปี 2565 เนื่องจากความกังวลว่า AI ที่ล้ำสมัยอาจช่วยสร้างความได้เปรียบทางการทหารให้กับจีน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (27 พ.ค. 69)





