
ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเล็กน้อยในวันพุธ (27 พ.ค.) โดยยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้ก่อนสงครามอิหร่านเริ่มต้นขึ้น หลังแรงซื้อในหุ้นกลุ่มยานยนต์และเคมีภัณฑ์ช่วยชดเชยความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อตลาดพลังงาน
- ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 ปิดที่ 628.18 จุด เพิ่มขึ้น 0.17 จุด หรือ +0.03%
- ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,207.89 จุด เพิ่มขึ้น 34.78 จุด หรือ +0.43%
- ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,177.80 จุด ลดลง 7.09 จุด หรือ -0.03% และ
- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,505.01 จุด เพิ่มขึ้น 13.62 จุด หรือ +0.13%
ดัชนี STOXX 600 ปิดบวกหลังเคลื่อนไหวในแดนบวกเล็กน้อยระหว่างวัน และยังอยู่ต่ำกว่าระดับสูงสุดตลอดกาลราว 1% ที่ทำไว้ก่อนความขัดแย้งปะทุขึ้นในช่วงปลายเดือนก.พ.
ตลาดได้รับแรงหนุนบางส่วนจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วง 3.2% แม้นักลงทุนยังติดตามสัญญาณที่ขัดแย้งกันจากสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างใกล้ชิด
สถานีโทรทัศน์ของทางการอิหร่านรายงานว่า ได้รับร่างกรอบความเข้าใจเบื้องต้นอย่างไม่เป็นทางการระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เพื่อยุติความขัดแย้ง โดยระบุว่ามีเงื่อนไขให้อิหร่านฟื้นการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซกลับสู่ระดับก่อนสงครามภายใน 1 เดือน อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวปฏิเสธรายงานดังกล่าว พร้อมระบุว่าเป็นข้อมูลเท็จ
เมื่อวันอังคาร (26 พ.ค.) อิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความยั่งยืนของความพยายามสร้างสันติภาพ
นักวิเคราะห์ของ Lombard Odier กล่าวว่า ยุโรปเผชิญความเสี่ยงจากผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความขัดแย้งมากกว่าสหรัฐฯ โดยเฉพาะด้านพลังงาน
เขากล่าวว่า หากสามารถบรรลุข้อตกลงได้ ความกังวลที่ก่อตัวขึ้นต่อยุโรปอาจคลี่คลายลง แม้กำไรบริษัทจดทะเบียนอาจยังไม่ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญในทันที แต่บรรยากาศการลงทุนและระดับมูลค่าหุ้นยุโรปอาจฟื้นกลับมาได้
นักวิเคราะห์ระบุว่า ราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดหุ้นยุโรปให้ผลตอบแทนด้อยกว่าตลาดวอลล์สตรีทในปีนี้
ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เตือนในวันพุธ (27 พ.ค.) ว่า สงครามและความตึงเครียดทางการค้าที่ยังคงอยู่ อาจกระทบการเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซน เพิ่มต้นทุนการกู้ยืม และสร้างแรงกดดันต่อฐานะการคลังของบางประเทศสมาชิก
หุ้นกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วนพุ่งขึ้น 2.5% หลังข้อมูลระบุว่า ยอดจดทะเบียนรถยนต์ในยุโรปเพิ่มขึ้น 7% ในเดือนเม.ย. โดยได้แรงหนุนจากความต้องการรถยนต์พลังงานไฟฟ้า
หุ้นกลุ่มเคมีภัณฑ์ปรับตัวขึ้นมากกว่า 1.3% โดยได้แรงหนุนจากหุ้น AkzoNobel ที่ทะยานขึ้น 19.5% หลังผู้ผลิตสี Dulux ปฏิเสธข้อเสนอซื้อกิจการร่วมแบบเงินสดที่ราคา 73 ยูโรต่อหุ้น จาก Nippon Paint และ Sherwin-Williams
ด้านหุ้น Naturgy ร่วง 4% หลังบริษัทไพรเวทอิควิตี CVC Capital Partners ขายหุ้นทั้งหมด 13.8% ในบริษัทพลังงานของสเปนในราคาต่ำกว่าตลาด
หุ้นพลังงานสะอาดยังถูกเทขายต่อเนื่อง โดย Nordex ลดลง 3% ขณะที่ Orsted และ Vestas ร่วง 3.1% และ 7.4% ตามลำดับ
ส่วนหุ้น CD Projekt ผู้พัฒนาเกมจากโปแลนด์ ร่วง 7.5% หลังระบุว่าจะเปิดตัวเนื้อเรื่องเสริมชุดที่สามของเกม The Witcher 3: Wild Hunt ในปี 2570 แทนที่จะออกภายในปีนี้ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 พ.ค. 69)





