
นายณัฐพงศ์ กอร่ม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เด็มโก้ [DEMCO] เปิดเผยว่า บริษัทฯ เดินหน้าพัฒนาธุรกิจด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบพลังงาน (Smart Energy) อย่างต่อเนื่อง สอดรับกับนโยบายภาครัฐในการยกระดับระบบสายส่ง และโครงข่ายไฟฟ้า รวมถึงการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน ภายใต้แผนการพัฒนาพลังงานทดแทน พลังงานทางเลือก และแผนพลังงานแห่งชาติ
บริษัทมองเห็นโอกาสการเติบโตจากการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (Energy Transition) และนโยบายภาครัฐ โดยเฉพาะการลงทุนต่อเนื่องของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ในโครงการระบบจำหน่ายไฟฟ้า การพัฒนา Smart Grid และการยกระดับโครงข่ายไฟฟ้า (Grid Modernization) เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
พร้อมกันนี้บริษัทฯ อยู่ระหว่างขยายธุรกิจสู่แพลตฟอร์มพลังงานดิจิทัล และโซลูชั่นพลังงานอัจฉริยะ อาทิ Smart Grid, Micro Grid, ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System : ESS), โครงสร้างพื้นฐานรองรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV Infrastructure), ศูนย์จัดเก็บข้อมูล (Data Center) และระบบบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management System) เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่และเพิ่มความหลากหลายทางธุรกิจ เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต
บริษัทฯ ตั้งเป้าการลงทุนโครงการพลังงานแสงอาทิตย์มีกำลังผลิตติดตั้งรวม 20 เมกะวัตต์ ภายในปี 2570 โดยปัจจุบันมีกำลังการผลิตติดตั้ง 6.925 เมกะวัตต์ และตั้งเป้าหมายจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ในปี 2569 จำนวน 1.533 เมกะวัตต์
ทั้งนี้บริษัทฯ ยังคงมุ่งขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้นำด้านวิศวกรรมพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร ควบคู่การสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน รองรับทิศทางพลังงานแห่งอนาคตและโอกาสการลงทุนใหม่ในระยะยาว
“สำหรับจุดแข็งในการแข่งขัน DEMCO ยังคงมีความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจ EPC สำหรับโครงการระบบไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน มีประสบการณ์ด้านสถานีไฟฟ้าและระบบส่งไฟฟ้าแรงสูง รวมถึงศักยภาพด้านวิศวกรรมและการบริหารโครงการครบวงจร ตลอดจนมีฐานลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน ความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับพันธมิตรทางธุรกิจ และความสามารถในการดำเนินโครงการขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงมั่นใจว่าบริษัทฯ จะได้รับงานใหม่อย่างต่อเนื่อง ผลักดันผลงานเติบโตอย่างแข็งแกร่ง” นายณัฐพงศ์ กล่าว
ปัจจุบันบริษัทฯ มูลค่างานในมือ (Backlog) รวมกว่า 3,160 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องจนถึงปี 2570
อนึ่ง ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/69 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 15.8 ล้านบาท เทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิ 31.4 ล้านบาท มี EBITDA อยู่ที่ 1.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 110.4% เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้รวม 410.0 ล้านบาท
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 พ.ค. 69)





