HANN เดินหน้าอัพเกรดใหญ่ 3 รพ.ปรับโฉมบริการแพทย์พรีเมียมรุกตลาดมาร์จิ้นสูงมั่นใจหนุนกำไรโตยาว

บมจ.โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล [HANN] ประกาศทิศทางธุรกิจและแผนการลงทุนอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2569 พร้อมเผยความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลใน 2 จังหวัดสะท้อนความมุ่งมั่น ในการยกระดับคุณภาพการให้บริการทางการแพทย์ให้แก่ประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและกลุ่มผู้ใช้บริการข้ามพรมแดน

HANN ดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนผ่าน 3 สถานพยาบาลหลัก ได้แก่ โรงพยาบาลมุกดาหาร อินเตอร์เนชั่นแนล จังหวัดมุกดาหาร, โรงพยาบาลรวมแพทย์ยโสธร และโรงพยาบาลนายแพทย์หาญ จังหวัดยโสธร ครอบคลุมพื้นที่เชิงยุทธศาสตร์ทั้งในด้านการเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และการให้บริการชุมชนในพื้นที่ภาคอีสาน ด้วยจุดแข็งด้านทำเลที่ตั้ง ชื่อเสียงด้านคุณภาพการแพทย์ และฐานผู้ป่วยที่เติบโตต่อเนื่อง บริษัทฯ พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2569 อย่างเต็มกำลังทั้งในด้านการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐาน การขยายศักยภาพในการรับผู้ป่วย และการเสริมสร้างความแข็งแกร่งในเชิงรายได้และกำไรสุทธิ

ในช่วงต้นปี 2569 ที่ผ่านมา HANN ดำเนินกลยุทธ์อย่างรอบคอบในทุกด้าน โดยมุ่งเน้นการบริหารต้นทุนการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ขณะเดียวกันได้ทุ่มงบลงทุนรวมกว่า 215 ล้านบาทเพื่อขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างและปรับปรุงสถานพยาบาลทั้ง 3 แห่งอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้บริษัทกำลังก่อสร้างอาคาร 3 ชั้นที่จังหวัดยโสธรเพื่อรองรับผู้รับบริการกลุ่มลูกค้าทั่วไป ได้แก่ ลูกค้าเงินสด และลูกค้าประกัน HANN ประสบความสำเร็จในการรักษาระดับการใช้บริการที่มีเสถียรภาพพร้อมเสริมทัพ ทีมแพทย์เฉพาะทางและบุคลากรการแพทย์ให้ครบถ้วน เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศทางการแพทย์ เพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้ป่วยและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการภายใน

สำหรับครึ่งปีหลังของปี 2569 บริษัทมุ่งเดินหน้าโครงการก่อสร้างและปรับปรุงสถานพยาบาลให้แล้วเสร็จตามแผนเพื่อเตรียมความพร้อมในการขยายความสามารถในการรองรับผู้ป่วยและสร้างรายได้ที่เติบโตอย่างมีศักยภาพ มุ่งเน้นการขยายฐานผู้ป่วยชาวต่างชาติ โดยเฉพาะจากประเทศลาว ซึ่งถือเป็นกลุ่มตลาดที่มีการเติบโตสูง โดยอาศัยศักยภาพของโรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่จุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างประเทศไทยและ สปป.ลาว รวมถึงการพัฒนาแพ็กเกจบริการด้านสุขภาพที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของทุกกลุ่มผู้ใช้บริการ

ในด้านความคืบหน้าของโครงการโรงพยาบาลนายแพทย์หาญ จังหวัดยโสธร อยู่ระหว่างสร้างอาคารใหม่ทดแทนอาคารเดิม ด้วยงบลงทุนรวม 50 ล้านบาท หลังจากตัดสินใจรื้อถอนอาคารเก่าเพื่อเปิดทางสร้างสิ่งปลูกสร้างที่ทันสมัยและได้มาตรฐานในระดับที่สูงขึ้น ในปัจจุบันมีความคืบหน้าตามแผน ตอกเสาเข็มและวางฐานรากแล้วเสร็จ นอกจากนี้ ยังได้จัดงบส่วนหนึ่งเพื่อปรับปรุงโรงพยาบาลรวมแพทย์ยโสธรควบคู่กันไปด้วย นับเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่เป็นรูปธรรมอาคารใหม่ดังกล่าวได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่รองรับ ผู้ป่วยที่กว้างขวางขึ้น พร้อมด้วยระบบสาธารณูปโภคและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อรองรับการขยายตัวของบริการทางการแพทย์ในระยะยาว

ในขณะเดียวกัน โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล จังหวัดมุกดาหาร อยู่ระหว่างออกแบบสร้างอาคารใหม่ติดกับอาคารโรงพยาบาลเดิม ด้วยงบลงทุนรวม 150 ล้านบาท โดยมีแผนรื้อถอนอาคารสำนักงานที่หมดอายุการใช้งานออกและก่อสร้างอาคารใหม่ที่มีขนาดและประสิทธิภาพในการให้บริการสูงกว่าเดิมในพื้นที่เดียวกัน สะท้อนแนวคิดในการบริหารจัดการ ทรัพยากรอย่างชาญฉลาด โดยใช้ประโยชน์จากที่ตั้งอันได้เปรียบของโรงพยาบาลที่อยู่ใจกลางเมืองมุกดาหาร เพื่อขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้ป่วยและยกระดับมาตรฐานการบริการให้สูงยิ่งขึ้น

นางประภาศรี สุฉันทบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร HANN กล่าวว่า การลงทุนก่อสร้างและปรับปรุงโรงพยาบาลทั้ง 3แห่งในครั้งนี้ถือเป็นก้าวที่สำคัญที่สุด ในประวัติศาสตร์ของ HANN เราไม่ได้เพียงแค่สร้างตึกใหม่แต่เรากำลังสร้างอนาคตของการดูแล สุขภาพให้กับประชาชนในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงอย่างยั่งยืน ด้วยงบลงทุนรวมกว่า 215 ล้านบาทที่เราทุ่มในปีนี้ เราเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมว่าทั้งผู้ป่วย บุคลากรทางการแพทย์ และผู้ถือหุ้นจะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าในระยะยาว”

HANN ยืนยันความพร้อมในการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างแข็งแกร่งตลอดปี 2569 บนพื้นฐานของแผนลงทุนที่ชัดเจน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นรูปธรรม และทีมงานบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ บริษัทฯ มีความเชื่อมั่นว่าการลงทุนที่ดำเนินอยู่ในปัจจุบันจะส่งผลต่อการเติบโตของรายได้และความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว พร้อมสร้างคุณค่าและผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหุ้นและชุมชนที่บริษัทให้บริการ

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 พ.ค. 69)