สนง.สลากฯ เพิ่มทางเลือกคอหวย เตรียมส่ง N3 ลงจุดจำหน่ายสลาก 80 ทั่วไทย

พันโทหนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวถึงความคืบหน้าการจำหน่ายสลากแบบตัวเลขสามหลัก (N3) ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาเสนอคณะกรรมการเห็นชอบแนวทางให้จุดจำหน่ายในโครงการสลาก 80 ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 1,000 จุดทั่วประเทศ เป็นตัวแทนจำหน่ายสลาก N3 เพิ่มเติม เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้ซื้อ กรณีที่ไม่มีสลากแบบ L6 หมายเลขที่ต้องการ

อีกทั้งยังเป็นช่องทางเพิ่มรายได้ให้กับตัวแทน ซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันที เนื่องจากตัวแทนใน โครงการสลาก 80 เป็นกลุ่มที่เคยทดลองจำหน่ายสลาก N3 มาก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนการจำหน่ายสลากแบบ L6 ในปัจจุบัน มีปริมาณการจำหน่ายอยู่ที่ 30 ล้านใบต่องวด

พันโทหนุน กล่าวว่า ปัจจุบันยอดจำหน่ายสลาก N3 มีแนวโน้มเติบโตขึ้น โดยผู้ซื้อเริ่มมีความเข้าใจว่าสลากดังกล่าวเป็นทางเลือก เข้ามาเติมเต็มสลาก L6 ในกรณีที่ไม่สามารถหาซื้อที่ต้องการได้ ในส่วนของตัวแทน ก็ไม่ต้องลงทุนเหมือนสลาก L6 เพราะรายได้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการจำหน่าย

ปัจจุบันมีตัวแทนกว่า 20,000 ราย ได้รับสิทธิ์ในการจำหน่ายงวดละ 2,000 รายการ ซึ่งปัจจุบันมียอดจำหน่ายรวมมากกว่า 5 ล้านรายการต่องวด จากกรอบ 6 ล้านรายการต่องวด

“สลากแบบ L6 ปัจจุบันมีปริมาณการจำหน่ายอยู่ที่ 30 ล้านใบต่องวด หากจะมีการเพิ่มยอดขาย คณะกรรมการสลากฯ กำหนดไว้ชัดเจนว่าจะต้องพิจารณาจากยอดจำหน่ายที่ต้องหมด 30 ล้านใบ 3 งวดติด จึงจะสามารถเพิ่มปริมาณการจำหน่ายอีก 1 ล้านใบ ในงวดถัดไปได้ และลดปริมาณการจำหน่ายสลาก L6 แบบใบลง เพราะเราไม่ต้องการให้สลากเหลือ โดยที่ตัวแทนต้องแบกรับภาระ แต่เราต้องการให้มีการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป” ผอ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าว

ข้อเสนอเพิ่มเงินรางวัลที่ 1 ทำได้ แต่ราคาสลากฯ อาจต้องแพงขึ้น

ส่วนกรณีที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การคุ้มครองผู้บริโภค สภาผู้แทนราษฎร อยู่ระหว่างผลักดันข้อเสนอให้สำนักงานสลากฯ ปรับเพิ่มเงินรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล (ล็อตเตอรี่) เพื่อแบ่งสัดส่วนคืนกำไรให้ประชาชน โดยเสนอให้เพิ่มรางวัลที่ 1 จาก 6 ล้านบาท เป็น 10 ล้านบาท และรางวัลเลขท้าย 2 ตัวจาก 2 พันบาท เป็น 5 พันบาทนั้น พันโทหนุน ระบุว่า สำนักงานสลากฯ ยินดีและพร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอ หรือข้อคิดเห็นของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว ส่วนสุดท้ายจะทำได้หรือไม่ได้ จะมีประโยชน์มากน้อยเพียงใดต่อส่วนรวม ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่ง

ทั้งนี้ ตามข้อเท็จจริงแล้ว เรื่องการกำหนดเงินรางวัลนั้น เป็นตามข้อบังคับที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนตาม พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่สำนักงานสลากฯ ก็ต้องดำเนินการตามข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยปัจจุบัน มีการกำหนดสัดส่วนเงินรางวัลไว้ที่ 60% ของยอดจำหน่ายในแต่ละงวด

ดังนั้นสลากแบบหกหลัก (L6) ซึ่งจำหน่ายที่ราคาไม่เกิน 80 บาท หากคิดตามสัดส่วนเงินรางวัลที่กำหนดไว้ที่ 60% เงินรางวัลก็จะอยู่ที่ 48 บาทต่อใบ และนำมาคำนวณตามยอดจำหน่ายในแต่ละงวด แล้วนำมาเฉลี่ยเป็นเงินรางวัล สำหรับรางวัลที่ 1, รางวัลที่ 2 และรางวัลที่ 3 ตามลำดับจนครบ นั่นหมายถึงยอดเงินรางวัลที่ถูกกำหนดไว้แล้วในระดับปัจจุบัน

“ในทางปฏิบัติก็ต้องไปดูตามข้อกฎหมายด้วย หากต้องมีการปรับเปลี่ยนจริง ๆ ก็ต้องมีการแก้ไขข้อกฎหมาย หรือไม่เช่นนั้นก็อาจจะต้องเป็นการปรับเพิ่มราคาขายสลากฯ เพราะว่าไม่สามารถจะมาปรับเพิ่มเงินรางวัลได้โดยทันทีตามอำเภอใจ เพราะเรื่องนี้ถูกกำหนดไว้ภายใต้ข้อกฎหมาย และมีการคำนวณออกมาอย่างชัดเจนอยู่แล้ว” พันโทหนุน กล่าว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 พ.ค. 69)