
อิสราเอลระดมโจมตีทางอากาศใส่พื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนในวันอาทิตย์ (31 พ.ค.) ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 14 ราย ซึ่งรวมถึงบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่กู้ภัย จุดชนวนให้เกิดการเร่งอพยพประชาชนในพื้นที่
ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินสาธารณสุขของเลบานอนเปิดเผยว่า การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลได้ถล่มพื้นที่ใกล้กับโรงพยาบาลฮิรามในเมืองไทร์ทางตอนใต้ ส่งผลให้บุคลากรของโรงพยาบาลได้รับบาดเจ็บ 13 ราย และสร้างความเสียหายอย่างหนักแก่ตัวอาคาร
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่กู้ชีพรายหนึ่งจากศูนย์ป้องกันภัยพลเรือนเลบานอนในเมืองไทร์ ก็ได้รับบาดเจ็บระหว่างปฏิบัติภารกิจกู้ภัยใกล้กับจุดที่ตกเป็นเป้าหมายโจมตีเช่นกัน
โฆษกกองทัพอิสราเอลได้ออกแถลงการณ์เตือนผ่านเอ็กซ์ (X) ในวันอาทิตย์ โดยเรียกร้องให้ผู้อยู่อาศัยทุกคนทางตอนใต้ของแม่น้ำซาห์รานีอพยพออกจากพื้นที่โดยทันที
กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ระบุในชุดแถลงการณ์ว่า สมาชิกของกลุ่มได้ใช้ขีปนาวุธนำวิถีโจมตีรถถังเมอร์คาวา (Merkava) ของอิสราเอลในเมืองบายาดาทางตอนใต้ของเลบานอน โดยอ้างว่าสามารถโจมตีเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ ทางกลุ่มยังรายงานถึงการโจมตีอื่น ๆ อีกหลายครั้ง รวมถึงการยิงจรวดถล่มฐานที่มั่นของทหารและยานยนต์ทางทหารของอิสราเอลในพื้นที่เดียวกัน
ด้านศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินสาธารณสุขระบุเพิ่มเติมว่า ยอดผู้เสียชีวิตสะสมจากการโจมตีของอิสราเอลนับตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. พุ่งสูงถึง 3,412 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 10,269 ราย
ในวันเดียวกันนี้ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล กล่าวในแถลงการณ์ผ่านวิดีโอว่า ตนได้สั่งการให้กองทัพเพิ่มกำลังและขยายขอบเขตการควบคุมพื้นที่ต่าง ๆ ในเลบานอนที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยึดครองอยู่
ทั้งนี้ ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอนเริ่มมีผลบังคับใช้แล้วเมื่อเดือนเม.ย. อย่างไรก็ตาม แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิง แต่อิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีเลบานอนอย่างต่อเนื่องเกือบทุกวัน ขณะที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์เองก็ได้เปิดฉากโจมตีฐานที่มั่นทางทหารของอิสราเอลเช่นกัน
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 มิ.ย. 69)





