
โบรกเชียร์ “ซื้อ”หุ้น บมจ.ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ [WHAUP] รับกระแส Data Center บูมในพื้นที่ EEC ส่งผลลูกค้า Hyperscale Data Center มีความต้องการน้ำและไฟฟ้าในปริมาณมากหนุนการเติบโต ซึ่งกำลังรอการเซ็นสัญญาขายน้ำขนาดใหญ๋ไตรมาส 2-3 ปีนี้ และยังมี upside ในระยะถัดไปด้วย พร้อมเพิ่มจำนวนไฟฟ้าเพิ่มจากโซลาร์รูฟท็อป
ขณะที่โรงไฟฟ้า Gheco-1 กลับมาเดินเครื่องได้เต็มที่หลังเสร็จสิ้นการซ่อมบำรุง หนุนกำไรในไตรมาส 2/69 เติบโตได้แข็งแกร่ง และยังให้ Dividend Yield ราว 5%ต่อปี
โบรกเกอร์ปรับคาดการณ์กำไรหลักปี 69 -70 พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้น
ราคาหุ้น WHAUP ภาคบ่ายวันนี้อยู่ที่ 6.00 บาท
บล.กรุงศรี คงมุมมองภาพกำไรปกติปี 69-71 ของ บมจ.ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส แอนด์ พาวเวอร์ [WHAUP] แข็งแกร่ง แม้มีแรงกดดันจากการรวมสมมติฐาน Pool gas ที่สูงขึ้น แต่เราปรับกำไรปกติปี 69-71 ขึ้นเฉลี่ย 6% คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายปี 69 สูงขึ้นเป็น 7.20 บาท อิง SOTP โดยมอง WHAUP เป็นหุ้นเด่นธีม Data Center ไทยที่ Valuation ไม่แพง ซื้อขายเพียงPER26F 14x และให้ Div.Yield ราว 5% ต่อปี จึงมองเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าซื้อ
ปรับคาดการณ์กำไรปกติปี 69-71 ขึ้นเฉลี่ย 6% เป็น 1.48 พันลบ. / 1.84 พันลบ. / 1.76 พันลบ. ตามลำดับ หรือคิดเป็นการเติบโตเฉลี่ย +15% CAGR แม้ไตรมาส 1/69 จะได้รับผลกระทบจากการปิดปรับปรุงประสิทธิภาพของ Gheco-1 เต็มไตรมาส และเราปรับสมมติฐานต้นทุน Pool gas ปี 69-71 ขึ้นเป็น 327/283/268 บาทต่อ MMBtu แต่ยังมองบวกต่อทิศทางกำไรช่วงไตรมาส 2/69-ไตรมาส 4/69 จากปัจจัยหนุนหลัก 3 ด้าน ได้แก่ i) ส่วนแบ่งกำไรจาก Gheco-1 คาดฟื้นเป็น 334 ลบ.ในปี 69 จากขาดทุน 24 ลบ.ในปี 68 หนุนโดยราคาถ่านหินปี 69-71 ที่ 135-140 USD/ตัน และการกลับมาเดินเครื่องเต็มไตรมาสตั้งแต่ไตรมาส 2/69
ii ปรับประมาณการ Capacity Charge ปี 69-71 ขึ้นเป็น 520/613/497 ลบ. จากเดิม 350/402/284 ลบ. ตามการส่งมอบโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำอุตสาหกรรมสำหรับลูกค้า Data Center และ iii) รวมโครงการพลังงานหมุนเวียนจาก RE Biglot รอบ 1 และ 2.1 รวม 136 MWe กำหนด COD ปี 71-73 เข้ามาในประมาณการ และยังคงรอการเซ็นสัญญาขายน้ำขนาดใหญ่ 17-29 ล้านลบ.ม.
ระยะยาวยังคงมี Upside จากสัญญาขายน้ำขนาดใหญ่ให้แก่ลูกค้า Data Center รายใหม่บน Volume ในกรอบ 17-29 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี โดยคาดหวังความคืบหน้าการเซ็นสัญญาในไตรมาส 2/69-ไตรมาส 3/69 หากเป็นไปตาม Timeline จะส่งผลให้ WHAUP สามารถรับรู้ Capacity Charge ส่วนเพิ่มในปีครึ่งหลังครึ่งปีหลังปี 70-71 เป็นต้นไป
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมายปี 69 ใหม่ 7.20 บาท/หุ้น อิง SOTP สะท้อนการปรับประมาณการขึ้น, การรวมโครงการ RE Biglot รวม 136 MWe เข้ามาในประมาณการภายใต้ WACC เดิมที่ 6% โดย WHAUP เป็นหนึ่งในหุ้นเด่นธีมเม็ดเงินลงทุนData Center ไทยที่เข้ามาอย่างต่อเนื่องแต่ราคาหุ้นกลับยังคงซื้อขายบน PER26F เพียง 14x บน Dividend Yield ปี 26F ราว 5%ต่อปี
บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) ปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย WHAUP ขึ้น 15% จาก 5.30 บาท เป็น 6.10 บาท โดยอิงจาก WACC ที่ 6.22% เช่นเดิม เราคาดการณ์ว่ากำไรหลักจะเติบโต 15% ในปี 69 และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี(CAGR) อยู่ที่ 15% ในช่วงปี 68-71 ปัจจัยหนุนจากความต้องการสาธารณูปโภคแข็งแกร่ง รายได้ค่าธรรมเนียมการใช้น้ำ (Capacity Charges) สูงขึ้นและการฟื้นตัวของพอร์ตธุรกิจไฟฟ้า
ปัจจุบัน ราคาหุ้น WHAUP ซื้อขายอยู่ที่ระดับ P/E ปี 69 และ 70 ที่ 14.0 เท่า และ 10.8 เท่าตามลำดับ ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 16.1 เท่า
นอกจากนี้ เรายังคาดว่า WHAUP จะให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลในระดับที่ดี 5.7% ทั้งนี้ ปัจจัยเร่งที่สำคัญอาจมาจากการลงนามสัญญาซื้อขายน้ำเพิ่มเติม ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจาอีกสูงสุดถึง 29 ล้านลูกบาศก์เมตร อุปสงค์จาก Data Center หนุนการเติบโตของกำไร เราคาดว่ากำไรหลักของ WHAUP จะเติบโต 15% ในปี 69 และโต 30% ในปี 70 แรงขับเคลื่อนจากการเพิ่มขึ้นเชิงโครงสร้างของความต้องการใช้น้ำจากกลุ่มลูกค้า Data Center
ทั้งนี้ การเติบโตในปี 69 จะได้รับปัจจัยหนุนจากรายได้ค่าความพร้อมจ่ายจำนวน 500 ล้านบา ทจากสัญญาซื้อขายน้ำที่ลงนามแล้ว 28 ล้านลูกบาศก์เมตร ควบคู่ไปกับปริมาณยอดขายน้ำฟื้นตัวตามอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ดีขึ้นของลูกค้า และการเติบโตจะเร่งตัวขึ้นอีกในปี 70 เนื่องจาก Data Center ที่ลงนามสัญญาไปในปี 68 จะทยอยเพิ่มอัตราการใช้น้ำ ซึ่งจะช่วยผลักดันปริมาณยอดขายน้ำในประเทศให้เติบโตและดันรายได้ค่าความพร้อมจ่ายให้เพิ่มขึ้นเป็น 630 ล้านบาท
ธุรกิจน้ำกำลังเข้าสู่รอบการเติบโตระยะยาว โดยมองว่าการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ Data Center ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของไทยเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตเชิงโครงสร้าง ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนให้ธุรกิจน้ำของ WHAUP กลายเป็นแหล่งรายได้ประจำที่มีอัตรากำไรสูง โดย WHAUP สามารถคว้าสัญญาซื้อขายน้ำใหม่ได้แล้ว 28 ล้านลูกบาศก์เมตรในปี 68 และกำลังเจรจาเพิ่มอีก 29 ล้านลูกบาศก์เมตรในปี 69 ส่วนใหญ่มาจากผู้ให้บริการ Hyperscale Data Center ที่มีความต้องการใช้น้ำสูงกว่าผู้ใช้ในอุตสาหกรรมอื่นถึง 12–16 เท่า ด้วยเหตุนี้เราจึงคาดการณ์ว่าปริมาณยอดขายน้ำจะมีอัตราเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ที่ 8% ในช่วงปี 68-73 โดยเพิ่มขึ้นจาก 122 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็น 179 ล้านลูกบาศก์เมตร
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรในปี 69 และปี 70 ขึ้น 10% และ 26% ตามลำดับ ปัจจัยหนุนหลักมาจากสมมติฐานรายได้ค่าความพร้อมจ่ายสูงขึ้นเป็น 500 ล้านบาท และ 630 ล้านบาท (จากเดิมที่คาดไว้ 350 ล้านบาท) สะท้อนยอดสัญญาซื้อขายน้ำแข็งแกร่งจากอุปสงค์ของ Data Center ปัจจัยดังกล่าวคาดว่าจะช่วยหนุนประมาณการอัตรากำไรขั้นต้นของเราให้เพิ่มขึ้นอีก 2.7 ppt และ 3.6 ppt ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกนี้จะถูกหักล้างไปบางส่วนจากประมาณการส่วนแบ่งกำไรที่ลดลง เนื่องจากเหตุการณ์หยุดจ่ายไฟนอกแผนของโรงไฟฟ้าเก็คโค่-วัน(Gheco-One) และสมมติฐานราคาก๊าซธรรมชาติของโรงไฟฟ้า SPP ที่สูงขึ้น
ด้านนายปัจพล แท่นศรีเจริญ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ บล.บัวหลวง กล่าววา WHAUP ได้รับแรงหนุน บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น [WHA] ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ที่สามารถขายที่ดินในนิคมฯ ให้กับกลุ่ม Data Center โดยในไตรมาส 1/69 มียอดขาย 900 ไร่ และเริ่มก่อสร้างปลายปีนี้ ซึ่ง Hyperscaler มีความต้องการน้ำและไฟฟ้าจำนวนมาก จะทำให้ภาพรวมกำไรในปีนี้เติบโตจากส่วนต่างค่าน้ำและค่าไฟ และคาดว่าปีนี้กำไรหลักจะเติบโตมากกว่า 10-20%
ส่วนในไตรมาส 2/69 คาดกำไรหลักจะเติบโตแข็งแกร่ง YoY และ QoQ จาก 1) การกลับมาเดินเครื่องเต็มรูปแบบของGheco-One หลังซ่อมบำรุง 2) การเพิ่มขึ้นต่อเนื่องของรายได้ capacity charge จากดาต้าเซนเตอร์ 3) การดำเนินงานเชิงพาณิชย์ชุดแรกของโครงการโซลาร์รูฟท็อป 187MW (กำหนดการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ช่วงไตรมาส 2/69-ไตรมาส 1/70) และ 4) ต้นทุนทางการเงินที่ลดลง หลังออกหุ้นกู้ 4 พันล้านบาทเมื่อวันที่ 8 พ.ค. (หุ้นกู้ zero-coupon อายุ 3 ปี ดอกเบี้ย 2.10% และ green bond อายุ 5 ปี ดอกเบี้ย 2.75%) ต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยเดิมอย่างมีนัย
นอกจากนี้ โครงการโซลาร์ภาคพื้นดินภายใต้ FiT ขนาด 135.8MW (กำหนดการดำเนินงานเชิงพาณิชย์ช่วงปี 70-73)ยังช่วยเพิ่มความชัดเจนของการเติบโตระยะยาว
ประมาณการกำไรหลักปี 69 ที่ 1,422 ล้านบาท(เพิ่มขึ้น 21% YoY) อย่างไรก็ดี กำลังปรับประมาณการและราคาเป้าหมายของ WHAUP ขึ้นในปีนี้ จากปัจจุบันให้ราคาเป้าหมายที่ 5.40 บาท
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (04 มิ.ย. 69)





