
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษว่า วันนี้ประชุมวาระเดียวคือวาระของการเตรียมการงานพระราชพิธีต่างๆ หลังจากสำนักพระราชวังประกาศว่าสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ โดยมอบหมายให้แต่ละกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุนและดูแลประชาชนในการเดินทางเข้ามาร่วมงานถวายความอาลัยให้ดีที่สุด
สำหรับแนวทางการปฏิบัติในส่วนของการถวายความอาลัยเป็นไปตามประกาศของสำนักพระราชวัง
ในส่วนของประชาชนนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในเรื่องของการใช้ชีวิต การทำมาหากิน การสร้างรายได้ ประชาชนก็ใช้ชีวิตอย่างปกติ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราเก็บความเศร้าโศกไว้ ซึ่งทุกคนมีความเศร้าโศกเสียใจอยู่แล้ว
ส่วนกิจกรรรมอีเวนต์หรือคอนเสิร์ตต่างๆ ทุกอย่างก็เป็นไปตามปกติเหมือนเมื่อครั้งของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สวรรคตก็สามารถจัดได้ ซึ่งทุกงานก็แทบจะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ไม่ได้บังคับ และไม่ได้เป็นกฎหมายอะไร แต่ทั้งงานกีฬา งานคอนเสิร์ต หรือ งานประชุมต่างๆ ก็จะเริ่มด้วยการยืนถวายความอาลัย ถ้าได้ทำตรงนั้นก็ถือว่าได้รับทราบและปฏิบัติตนด้วยความเหมาะสมแล้ว
“พวกเราทุกคนทราบดีว่าจะปฏิบัติตัวอย่างไรให้เหมาะสมในช่วงเวลาของการไว้ทุกข์ 15 วัน ซี่งในส่วนของหน่วยงานราชการก็มีการไว้ทุกข์ในวาระของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อยู่แล้ว” นายกฯ ระบุ
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมครม.นัดพิเศษว่า ครม.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมการและการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพระราชพิธีพระศพ เป็นไปอย่างสมพระเกียรติ ตามโบราณขัตติยราชประเพณี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา สิ้นพระชนม์ ดังนี้

1. ให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐและสถานศึกษาทุกแห่ง ลดธงครึ่งเสา เป็นเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
2. ให้ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐไว้ทุกข์ มีกำหนด 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป สำหรับประชาชนทั่วไปขอให้พิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม
นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม. ได้มอบหมายให้หน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินการ ดังนี้
(1) สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีรับไปดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการจัดงานพระราชพิธีพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นกรรมการและเลขานุการ และกราบบังคมทูลเชิญพระบรมวงศานุวงศ์ เป็นองค์ที่ปรึกษา รวมทั้งให้ดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ เช่น ฝ่ายอำนวยการจัดงานพระราชพิธี ฝ่ายจัดการพระราชพิธี ฝ่ายจัดสร้างพระเมรุ สิ่งปลูกสร้าง ราชรถ พระยานมาศ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายรักษาความปลอดภัย และแจ้งส่วนราชการให้จัดข้าราชการไปร่วมเฝ้าฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม เป็นเวลา 100 วัน เป็นประจำทุกวัน
(2) กระทรวงวัฒนธรรม (กรมศิลปากร) ดูแลรับผิดชอบในเรื่องรูปแบบพิธีและการจัดสร้างพระเมรุมาศ
(3) สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจัดผลัดเวรเฝ้าฯ ของคณะรัฐมนตรีไปเฝ้าฯ ในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม
(4) กระทรวงมหาดไทยและกรุงเทพมหานครจัดกิจกรรม ถวายเป็นพระกุศลเพื่อให้ประชาชนร่วมในการถวายสักการะแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
(5) กรมประชาสัมพันธ์รับไปดำเนินการเผยแพร่พระกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา อย่างต่อเนื่อง และประสานความร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศในการจัดทำคำแปลภาษาอังกฤษด้วย
นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการรองรับเหตุฉุกเฉินที่เกิดขึ้น โดยจัดตั้งหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ และประสานความร่วมมือกับอาสาสมัคร มูลนิธิ ภาคเอกชน และสถานพยาบาลต่างๆ เพื่อรองรับสถานการณ์ 24 ชั่วโมง
ขณะที่งานรื่นเริงไม่ได้ห้าม ทุกคนสามารถแสดงความไว้อาลัยและดำเนินชีวิตได้ตามปกติ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 มิ.ย. 69)





