
สองผู้นำเทคโนโลยีระดับโลก มาห์เล (MAHLE) และ โรเด้อร์ แอนด์ ชวาร์ส (Rohde & Schwarz) ประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญ พัฒนาแพลตฟอร์มทดสอบเซนเซอร์สำหรับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) หลังการซ่อมแซม นับเป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมที่มีกระบวนการวัดและยืนยันผลได้อย่างแม่นยำและเป็นมาตรฐาน โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในโลกที่งาน TÜV MobiCon 2026 ณ กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
แกนกลางของแพลตฟอร์มใหม่นี้คือระบบวิเคราะห์ TechPRO® Digital ADAS 2.0 Extra จาก มาห์เล ไลฟ์ไซเคิล แอนด์ โมบิลิตี้ (MAHLE Lifecycle and Mobility) ที่ผสานการทำงานร่วมกับเครื่องทดสอบเรดาร์ R&S® RadEsT จากโรเด้อร์ แอนด์ ชวาร์ส ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการวัดและสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ความแม่นยำสูง
ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมยานยนต์ยังขาดกระบวนการวัดที่เป็นมาตรฐานสำหรับการทดสอบเซนเซอร์ ADAS หลังรถยนต์เกิดอุบัติเหตุหรือผ่านการซ่อมแซมตัวถัง เทคโนโลยีนี้จึงเข้ามาอุดช่องโหว่ดังกล่าว โดยตอบโจทย์ผู้ใช้งานครอบคลุมทั้งระบบนิเวศ ไม่ว่าจะเป็น อู่ซ่อมรถยนต์ ศูนย์บริการ ผู้ผลิตรถยนต์ ตลอดจนบริษัทประกันภัย หน่วยงานราชการ และองค์กรตรวจสภาพรถ นอกจากนี้ ยังรองรับการทดสอบเซนเซอร์ขณะรถจอดนิ่ง เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสภาพรถยนต์ตามระยะในอนาคต
เฟลิกซ์-แมทเทียส วอลเทอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายโซลูชันการบริการของมาห์เล ไลฟ์ไซเคิล แอนด์ โมบิลิตี้ ระบุว่า นวัตกรรมนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้สามารถตรวจวัด ติดตาม และกำหนดมาตรฐานการทำงานของระบบ ADAS หลังซ่อมแซมได้เป็นครั้งแรก ซึ่งไม่เพียงช่วยยกระดับเทคโนโลยี แต่ยังเสริมความปลอดภัย ความโปร่งใส และความน่าเชื่อถือให้กับระบบนิเวศการเดินทางโดยรวม
ด้าน แมทเทียส เบียร์ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์เซนเซอร์รับภาพของโรเด้อร์ แอนด์ ชวาร์ส ชี้ว่า เทคโนโลยีการวัดเรดาร์ของบริษัทถูกนำใช้ในกระบวนการพัฒนาและผลิตรถยนต์ทั่วโลกอยู่แล้ว และการร่วมมือกับมาห์เลครั้งนี้จะนำความแม่นยำระดับเดียวกันมาสู่อู่ซ่อมรถโดยตรง
สำหรับจุดเด่นทางเทคนิค เครื่องมือ TechPRO® Digital ADAS 2.0 Extra มาพร้อมเซนเซอร์อัลตราโซนิกในตัว ระบบระบุหมายเลขตัวถังอัตโนมัติ การวัดระยะทางด้วยเลเซอร์ และระบบปรับเป้าหมายด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ขณะที่เครื่องทดสอบเรดาร์ R&S® RadEsT จะเข้ามาเสริมขีดความสามารถที่เหนือกว่าอุปกรณ์วิเคราะห์ทั่วไป ทั้งการตรวจจับความถี่ โพลาไรเซชัน การวัดกำลัง ไปจนถึงการจำลองเป้าหมายและมุมสำหรับเซนเซอร์เรดาร์
โซลูชันที่พัฒนาร่วมกันนี้ จะช่วยให้ช่างเทคนิคสามารถออกเอกสารรับรองมาตรฐานหลังการซ่อม เพื่อยืนยันว่าระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่กลับมาทำงานได้ตามปกติและตรงตามเกณฑ์ นอกจากนี้ยังสามารถสร้างข้อมูลการวัดที่ทำซ้ำและตรวจสอบย้อนหลังได้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการตรวจสภาพรถ ข้อกำหนดทางกฎหมาย หรือการประเมินของบริษัทประกันภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 มิ.ย. 69)





