
ฟ็อกซ์คอร์ป (Fox Corp) ประกาศเมื่อวันจันทร์ (15 มิ.ย.) ว่า กำลังเข้าซื้อกิจการโรคู (Roku) ด้วยข้อตกลงที่ชำระเป็นเงินสดและหุ้น คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 2.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ดีลนี้ถือเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญของฟ็อกซ์ที่มองว่า แพลตฟอร์มสตรีมมิงจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจโฆษณา และขยายการเข้าถึงผู้ชมออนไลน์สำหรับคอนเทนต์กีฬาและข่าวของบริษัท
ข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยให้ฟ็อกซ์เข้าถึงครัวเรือนที่ใช้งานแพลตฟอร์มของโรคูได้มากกว่า 100 ล้านแห่ง ส่งผลให้ฟ็อกซ์ ซึ่งปกติพึ่งพาธุรกิจเคเบิลทีวีเป็นหลัก สามารถขยายฐานผู้ชมดิจิทัลให้ใหญ่ขึ้น ยิงโฆษณาได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย และลดการพึ่งพาช่องทางเผยแพร่แบบเดิมลง
การซื้อกิจการครั้งนี้ถือเป็นดีลขนาดใหญ่ครั้งแรกของฟ็อกซ์ หลังจากที่แลคลัน เมอร์ด็อก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการ สามารถกุมอำนาจควบคุมอาณาจักรสื่อที่รูเพิร์ต เมอร์ด็อก ผู้เป็นบิดา สร้างขึ้นได้อย่างเบ็ดเสร็จ สืบเนื่องจากการบรรลุข้อตกลงยอมความในครอบครัวเมื่อปีที่แล้ว
หลังการประกาศดีลดังกล่าว หุ้นของฟ็อกซ์ร่วงลงเกือบ 17% ในช่วงเปิดตลาดซื้อขาย เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลเรื่องผลกระทบต่อสัดส่วนการถือหุ้น (stock dilution) จากการออกหุ้นใหม่เพื่อซื้อกิจการ ขณะที่หุ้นของโรคูซื้อขายต่ำกว่าราคาเสนอซื้อที่ 160 ดอลลาร์ต่อหุ้นอยู่ราว 12%
ภายใต้ข้อตกลงนี้ ผู้ถือหุ้นโรคูจะได้รับเงินสด 96 ดอลลาร์ และหุ้น Class A ของฟ็อกซ์ประมาณ 0.97 หุ้น ต่อหุ้นโรคูทุก ๆ 1 หุ้นที่ถือครอง คิดเป็นมูลค่าเสนอซื้อที่ 160 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งราคานี้เป็นราคาพรีเมียมที่สูงกว่าราคาปิดของหุ้นโรคูเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (11 มิ.ย.) ถึง 33.7%
ฟ็อกซ์และโรคูแถลงร่วมกันว่า แอนโทนี วูด วัย 60 ปี ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของโรคู จะยังคงทำงานกับบริษัทต่อไปและจะได้รับตำแหน่งในคณะกรรมการบริษัทของฟ็อกซ์ โดยวูดซึ่งเป็นผู้ควบคุมสิทธิออกเสียงในโรคูมากกว่า 55% คาดว่าจะได้รับเงินจากการขายกิจการครั้งนี้สูงถึง 3 พันล้านดอลลาร์
ปัจจุบัน โรคูทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการแพลตฟอร์มรวบรวมคอนเทนต์ โดยมีแอปสตรีมมิงจากคู่แข่งของฟ็อกซ์ให้บริการอยู่หลายราย ไม่ว่าจะเป็น พาราเมาท์ (Paramount), เอ็นบีซียูนิเวอร์แซล (NBCUniversal) และเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ในทางกลับกัน ฟ็อกซ์เป็นผู้ผลิตรายการกีฬาและข่าวรายใหญ่ และได้ให้ลิขสิทธิ์คอนเทนต์แก่ผู้ให้บริการทีวีแบบบอกรับสมาชิก (pay-TV) เช่น คอมคาสต์ (Comcast) และยูทูบทีวี (YouTube TV) ซึ่งคู่ค้าเหล่านี้ถือเป็นคู่แข่งโดยตรงกับแพลตฟอร์มดูฟรีอย่างโรคู โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ผู้บริโภคกำลังรัดเข็มขัดท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงตัวสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม แลคลัน เมอร์ด็อก แสดงท่าทีไม่กังวลต่อประเด็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น โดยระบุว่า “ปัจจุบันเราเป็นพันธมิตรกับยูทูบ ยูทูบทีวี และคอมคาสต์ ซึ่งความสัมพันธ์นี้จะไม่เปลี่ยนแปลง” พร้อมเสริมว่าผู้ให้บริการแพลตฟอร์มหลายรายในปัจจุบันก็ผันตัวมาเป็นผู้ผลิตคอนเทนต์เองด้วยเช่นกัน “เรายินดีที่จะร่วมงานและสานต่อความเป็นพันธมิตรที่ดีกับผู้ให้บริการทุกรายต่อไป”
นักวิเคราะห์บางส่วนได้แสดงความกังวล เพราะการควบรวมกิจการระหว่างผู้ผลิตคอนเทนต์และแพลตฟอร์มสื่อมักจะจบลงไม่ค่อยดี
ข้อมูลจากนีลเส็น (Nielsen) ชี้ว่า ดีลนี้จะทำให้บริษัทใหม่ที่เกิดจากการควบรวมกลายเป็นผู้ให้บริการทีวีรายใหญ่อันดับ 3 ในกลุ่มผู้ชม เป็นรองเพียงยูทูบและดิสนีย์ (Disney) แต่สามารถแซงหน้าเน็ตฟลิกซ์ได้ ทั้งนี้ คอนเทนต์ถ่ายทอดสดกีฬาของฟ็อกซ์กำลังได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอล (NFL), เมเจอร์ลีกเบสบอล (MLB) และการแข่งขันฟุตบอลโลก (FIFA World Cup)
เมื่อดีลนี้เสร็จสิ้น ผู้ถือหุ้นของฟ็อกซ์จะถือหุ้นในบริษัทใหม่ประมาณ 73% ส่วนผู้ถือหุ้นของโรคูจะถือครองสัดส่วนที่เหลือ โดยคณะกรรมการบริษัทของทั้งสองฝ่ายมีมติเห็นชอบดีลนี้เป็นเอกฉันท์ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในครึ่งแรกของปีปฏิทิน 2570 และคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานได้ปีละประมาณ 400 ล้านดอลลาร์
ดีลนี้จะจ่ายเป็นเงินสดประมาณ 1.46 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนที่เหลือจะชำระเป็นหุ้น ส่งผลให้ฟ็อกซ์มีหนี้สินในงบดุลเพิ่มขึ้นราว 8.3 พันล้านดอลลาร์
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (16 มิ.ย. 69)





