
ตลาดหุ้นยุโรปปิดลดลงในวันพฤหัสบดี (18 มิ.ย.) หลังนักลงทุนเพิ่มการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้ หลังผู้กำหนดนโยบายส่งสัญญาณเชิงคุมเข้มมากขึ้น แม้ว่าการปรับตัวลงของราคาน้ำมันจะช่วยบรรเทาความกังวลด้านเงินเฟ้อได้บางส่วน
- ทั้งนี้ ดัชนี STOXX 600 [STOXX.X] ปิดที่ 637.14 จุด ลดลง 2.17 จุด หรือ -0.34%
- ดัชนี CAC-40 [CAC40.X] ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 8,467.98 จุด เพิ่มขึ้น 37.19 จุด หรือ +0.44%
- ดัชนี DAX [DAX.X] ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 25,026.80 จุด เพิ่มขึ้น 92.13 จุด หรือ +0.37% และ
- ดัชนี FTSE 100 [FTSE100.X] ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 10,399.70 จุด ลดลง 108.91 จุด หรือ -1.04%
ดัชนี STOXX 600 ยุติการปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 5 วัน โดยตลาดหุ้นในภูมิภาคเคลื่อนไหวผสมผสานกัน ตลาดฝรั่งเศสและเยอรมนีปรับตัวขึ้น ขณะที่ตลาดอังกฤษ, อิตาลีและสเปนปิดในแดนลบ
ด้านดัชนี FTSE 100 ของอังกฤษปิดลดลง 1% โดยได้รับแรงกดดันจากหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มพลังงานและเฮลท์แคร์ที่ปรับตัวลง
ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 3.75% ในเดือนมิ.ย. โดยมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะปรับขึ้นดอกเบี้ย ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
ทั่วทั้งยุโรป หุ้นกลุ่มน้ำมันและก๊าซปรับตัวลง 1.5% หลังราคาน้ำมันร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันซื้อขายแรกของสงครามอิหร่าน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้ลงนามข้อตกลงกับอิหร่านเพื่อยุติสงครามที่ส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานทั่วโลก
ข้อตกลงชั่วคราวดังกล่าวช่วยสร้างความผ่อนคลายให้กับตลาด โดยหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและนันทนาการซึ่งอ่อนไหวต่อราคาพลังงาน ปรับตัวขึ้น 0.8% ในวันพฤหัสบดี อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นดังกล่าวถูกจำกัดจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายการเงิน
ในสหรัฐฯ เฟดมีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันพุธ (17 มิ.ย.) แต่เจ้าหน้าที่กำหนดนโยบาย 9 คนคาดการณ์ว่า จะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ นอกจากนี้ ในสัญญาณแรกที่สะท้อนอิทธิพลของ เควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ แถลงการณ์ของธนาคารกลางได้ตัดข้อความที่เคยส่งสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคตออกไป
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และข้อมูลที่รวบรวมโดย LSEG บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่า ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.25% ภายในสิ้นปีนี้
หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ร่วงลง 3.1% มากที่สุดในบรรดาหุ้นกลุ่มหลักของดัชนี STOXX หลังสินค้าโภคภัณฑ์เผชิญแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ
ขณะที่หุ้นกลุ่มยานยนต์เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ปรับตัวลงอย่างมาก โดยหุ้น Mercedes-Benz, Volkswagen และ Stellantis ร่วงลงระหว่าง 2.8%-4.6% ส่วนหุ้น BMW ปรับตัวลง 4% หลังจากร่วงไปแล้ว 8.3% ในวันพุธ ภายหลังบริษัทออกคำเตือนผลกำไรที่สร้างความประหลาดใจให้กับตลาด
หุ้นกลุ่มบริการเทคโนโลยีสารสนเทศในยุโรปร่วงลงอย่างหนัก หลัง Accenture ปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการทั้งปี โดยหุ้น Capgemini ร่วงลง 8.9% แตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี ขณะที่หุ้น Cancom, Atos และ Reply ปรับตัวลงระหว่าง 2%-6.9%
ด้านหุ้น Edenred พุ่งขึ้น 17.2% หลังบริษัทผู้ให้บริการบัตรกำนัลของฝรั่งเศสยืนยันว่าได้รับการติดต่อจากกองทุนเพื่อการลงทุนหลายแห่ง ภายหลังมีรายงานข่าวว่า บริษัทด้านการลงทุน BC Partners อาจสนใจเข้าซื้อกิจการดังกล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 มิ.ย. 69)





