
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันอังคาร (23 มิ.ย.) หลังจากมีรายงานว่า มีเรือสินค้าจำนวนมากขึ้นที่สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ภายหลังจากการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านมีความคืบหน้า
- ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 65 เซนต์ หรือ 0.88% ปิดที่ 73.21 ดอลลาร์/บาร์เรล
- สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนส.ค. ลดลง 82 เซนต์ หรือ 1.05% ปิดที่ 77.08 ดอลลาร์/บาร์เรล
หนังสือพิมพ์ Le Monde ของฝรั่งเศส รายงานในวันอังคารโดยอ้างอิงข้อมูลจาก Kpler ซึ่งเป็นบริษัทวิเคราะห์การขนส่งทางทะเล ระบุว่า เรือขนส่งสินค้าโภคภัณฑ์อย่างน้อย 36 ลำ ได้แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (22 มิ.ย.) ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เกิดสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
รายงานระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวคิดเป็นเกือบ 1 ใน 3 ของปริมาณการเดินเรือในภาวะปกติของช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งโดยเฉลี่ยมีเรือแล่นผ่านราว 120 ลำต่อวัน
ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก โดยในช่วงก่อนเกิดสงคราม น้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) มากกว่า 1 ใน 5 ของปริมาณการค้าทั่วโลกถูกขนส่งผ่านเส้นทางดังกล่าว นอกจากนี้ ช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งธัญพืชและสินค้าอุปโภคบริโภคเข้าสู่ภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบน Truth Social ว่า น้ำมันจำนวน 19 ล้านบาร์เรลได้ถูกขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
ขณะที่อาลี บาเรนี เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรอิหร่านประจำสหประชาชาติ (UN) ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กล่าวว่า ช่องแคบฮอร์มุซเปิดให้เรือพาณิชย์สัญจรได้อย่างเต็มรูปแบบโดยไม่มีการเก็บค่าผ่านทางเป็นเวลา 60 วัน ด้านมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า อิหร่านจะไม่สามารถเรียกเก็บค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงกับสหรัฐฯ โดยระบุว่าการเรียกเก็บค่าผ่านทางถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
ราคาน้ำมันยังปรับตัวลงหลังจากสหรัฐฯ อนุญาตให้อิหร่านสามารถจำหน่ายน้ำมันเป็นการชั่วคราว โดยสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้ออกใบอนุญาตชั่วคราวระยะเวลา 60 วัน เพื่อให้อิหร่านสามารถทำการผลิต, ส่งมอบ และจำหน่ายน้ำมัน ซึ่งคำประกาศดังกล่าวถือเป็นมาตรการผ่อนปรนทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญ ภายหลังการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านมีความคืบหน้า
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จาก SEB Research ให้ความเห็นว่า ในระยะสั้น การผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวจะไม่ส่งผลกดดันต่อราคาน้ำมันมากนัก เนื่องจากบันทึกความเข้าใจระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านยังคงเป็นเรื่องใหม่และยังคงมีความเปราะบาง
ขณะที่นักลงทุนก็กำลังจับตาอย่างระมัดระวังเพื่อดูว่ากลุ่มผู้ผลิตในตะวันออกกลางจะสามารถกลับมาผลิตและส่งออกน้ำมันได้รวดเร็วเพียงใดหลังจากได้รับความเสียหายจากสงคราม และประเมินว่าจะมีเรือเข้าสู่ภูมิภาคนี้มากขึ้นหรือไม่
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 มิ.ย. 69)





