
บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวต่อข่าวท่องเที่ยวปัดฝุ่น ‘โค-เพย์เมนต์’ รัฐช่วยจ่ายค่าที่พัก-บริการเที่ยวสูงสุด 3,000 บาทต่อสิทธิ์ เตรียมชงงบกลางปีไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท หนุนประชาชน 1 ล้านสิทธิ์ผ่านแอปฯ เป๋าตังภายในไตรมาส 4 นี้ พร้อมเดินหน้าคลอดแพ็กเกจดึงดูดต่างชาติ ส่วนเคาะปรับเพิ่มค่าเหยียบแผ่นดินทางอากาศเป็น 300-500 บาทเริ่มจัดเก็บต้นปีหน้าไม่มีนัยสำคัญมากนัก
เรามองเป็น sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว หากมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งหมดเกิดขึ้นจริง โดย 1) โครงการกระตุ้นท่องเที่ยวภายในประเทศรูปแบบ Co-payment จะคล้ายโครงการเราเที่ยวด้วยกันเดิม (เมื่อเทียบกับโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟสที่ 1 ที่ 5 ล้านสิทธิ์, เฟสที่ 2 ที่ 1 ล้านสิทธิ์, เฟสที่ 3 ที่ 2 ล้านสิทธิ์, เฟสที่ 4 ที่ 1.5 ล้านสิทธิ์ และเฟสที่ 5 อีก 5.6 แสนสิทธิ์ โดยทั้ง 5 เฟสผ่านแอฟเป๋าตัง โดยรัฐจ่ายค่าห้องพักให้ 40% สูงสุด 10 คืน ส่วนเที่ยวคนละครึ่งเฟสล่าสุดที่ 1 ล้านสิทธิ์ ผ่านแอฟ ททท. โดยรัฐจ่ายค่าห้องพักให้ 50% สูงสุด 5 คืน) โดยจะเริ่มใช้สิทธิ์ได้ในช่วง Q4/69
2) โครงการ Buy International, Free Thailand Domestic Flights รัฐแจกตั๋วเครื่องบินฟรีในประเทศให้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ซื้อตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศเข้าไทย และโครงการ Thailand Summer Blast รัฐสนับสนุนการจัดเที่ยวบินเช่าเหมาลำและร่วมมือกับสายการบิน ซึ่งเคยพูดถึงกันมาก่อนหน้านี้แล้วช่วงเดือน ส.ค. 25 ที่ผ่านมา อิงจากข่าวรอบก่อนภาครัฐจะมีการแจกตั๋วเครื่องบินภายในประเทศให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 2 แสนคน โดยรัฐจะใช้งบประมาณราว 700 ล้านบาท โดยจะจ่ายแทนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่นั่งละ 1,750 บาทต่อเที่ยว หรือไป-กลับ รวม 3,500 บาท ในจำนวน 200,000 คน หรือ 400,000 ที่นั่ง ให้กับ 6 สายการบินภายในประเทศไทย ได้แก่ การบินไทย บางกอกแอร์เวย์ ไทยแอร์เอเชีย นกแอร์ ไทยไลอ้อนแอร์ และเวียตเจ็ทไทยแลนด์)
โดยหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวในประเทศที่จะดีขึ้นเรียงลำดับจากมากไปน้อยตามสัดส่วนรายได้ในประเทศ ได้แก่ ERW, CENTEL, MINT, SHR และกลุ่มสายการบินเรามองเป็นบวก (AAV, BA, THAI) ที่จะช่วยหนุนการท่องเที่ยวในประเทศดีขึ้น โดยเฉพาะ AAV (ถือ/เป้า 1.12 บาท) ที่มีส่วนแบ่งการตลาดเส้นทางในประเทศสูงสุดที่ราว 40% อย่างไรก็ตาม AAV อาจมีปัจจัยกดดันระยะสั้นจากผลการดำเนินงาน 2Q-3Q26E จะยังขาดทุนมาก จากต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น
ส่วน 3) ค่าเหยียบแผ่นดิน นำเงินเข้ากองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย เรามองเป็น sentiment เชิงลบ แต่อย่างไรก็ดี ประเด็นเรื่องการเก็บค่าเหยียบแผ่นดินมีมาตั้งแต่ปี 65 แต่ก็ยังไม่เคยทำได้เลย ทั้งนี้จากข้อมูลในปี 67 ค่าใช้จ่ายนักท่องเที่ยวต่อทริปอยู่ที่ 47,400 บาท/คน เพิ่มขึ้น +1% YoY (ปี 62 อยู่ที่ 47,896 บาท/คน) ซึ่งการเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยทางช่องทางทางอากาศคนละ 300-500 บาท (เพิ่มขึ้นจากข่าวก่อนหน้านี้ที่จะคิดที่ 300 บาท) คิดเป็น 0.6-1.1% ซึ่งเราคาดว่าจะมีผลกระทบต่อการตัดสินใจเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเล็กน้อยแต่ไม่น่ามีนัยสำคัญมากนัก
นอกจากนั้น บล.ดาโอฯ ยังระบุว่า มองเป็นกลางจากจำนวนนักท่องเที่ยวรวมล่าสุดที่เพิ่มขึ้น WoW ตามคาด เพราะเป็นช่วงเทศกาลไหว้บ๊ะจ่าง (Dragon Boat Festival) ซึ่งตรงกับวันที่ 19 มิ.ย.69 ทำให้นักท่องเที่ยวจีนปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ทั้ง WoW/YoY โดยหากเทียบ YoY นักท่องเที่ยวจีนยังคงเพิ่มขึ้นถึง +23% YoY จากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ +25% YoY ขณะที่เราคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัว YoY ของนักท่องเที่ยวจีนได้ต่อเนื่องตลอดเดือน มิ.ย.จากฐานต่ำจากปีก่อน ประกอบกับจีนมีการย้ายหมุดหมายจากประเทศญี่ปุ่นเป็นเกาหลีใต้และอาเซียนเพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ หากคิดแค่นักท่องเที่ยวรวมแบบหักนักท่องเที่ยวมาเลเซียออกจะก็ยังคงเห็นการเติบโตได้ที่ +5% WoW ด้านนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและยุโรปสัปดาห์นี้กลับมาฟื้นตัวได้เช่นกันที่ +15% WoW และ +7% WoW ตามลำดับ โดยสัปดาห์หน้าเราคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวรวมจะลดลง WoW เพราะได้ผ่านช่วงเทศกาลไหว้บ๊ะจ่างไปแล้ว ประกอบกับตลาดอินเดียมีปัจจัยท้าทายจากจำนวนเที่ยวบินที่ลดลง
อย่างไรก็ดี เรามองว่าจำนวนนักท่องเที่ยวรายสัปดาห์ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในช่วงสัปดาห์ที่ 2-3 ของเดือน พ.ค.(เกิดขึ้นเป็นปกติช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา) โดยวันที่ 11-17 พ.ค.69 จำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 469,173 คน เทียบกับล่าสุดที่ 486,669 คน ทำให้เราคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะทำจุดต่ำสุดใน Q2/69 และจะฟื้นตัวได้โดดเด่นในช่วง Q4/69 จากงาน event หลายงานที่เข้ามาช่วยหนุน ทั้งนี้หุ้นที่ได้รับประโยชน์จากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น โดยเรียงลำดับตามสัดส่วนโรงแรมในประเทศจากมากไปน้อย ได้แก่ ERW, CENTEL, MINT, SHR
ขณะที่ประมาณการการจำนวนนักท่องเที่ยวรวมปีนี้จะอยู่ที่ 30 ล้านคน ลดลง -9% YoY จากปี 68 ที่ 33 ล้านคน ลดลง -7% YoY และคาดจำนวนนักท่องเที่ยวจีนปี 2026E จะอยู่ที่ 4.8 ล้านคน เพิ่มขึ้น +7% YoY จากปี 68 ที่ 4.5 ล้านคน ลดลง -34% YoY
เราให้น้ำหนักการลงทุนเป็น “มากกว่าตลาด” โดยชอบ ERW (ซื้อ/เป้า 3.20 บาท) จากภาพรวม RevPAR ที่ไม่รวม Budget ใน Q2/69 ยังคงเพิ่มขึ้นได้ดีอย่างต่อเนื่องอีก +5% YoY (เด่นสุดในกลุ่ม) จาก Q2/68 ที่ -13% YoY ขณะที่ช่วง Q4/69 จะมีงาน event อย่าง World Bank and IMF meetings เดือน ต.ค. และ Tomorrowland เดือน ธ.ค.ซึ่งเริ่มมียอดจองเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย Occ. Rate สูงถึง 80% แล้ว ขณะที่ ERW ได้ประโยชน์เพิ่มเติมจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้น เพราะมีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวที่ 14%
และยังชอบ CENTEL (ซื้อ/เป้า 37.00 บาท) จากคาดหวัง Long haul และดูไบจะเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้หลังผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว นอกจากนี้ยังได้ผลดีจากนักท่องเที่ยวมัลดีฟส์ที่เริ่มฟื้นตัวได้ดี ด้าน Valuation ซื้อขายที่ EV/EBITDA เพียง 9x เทียบเท่า -1.00SD ย้อนหลัง 8 ปี
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 มิ.ย. 69)





