
รัฐบาลออสเตรเลียประกาศจะดำเนินการปรับเพิ่มโทษปรับสูงสุดเป็น 2 เท่า สำหรับบริษัทต่าง ๆ ที่ล้มเหลวในการบังคับใช้มาตรการสั่งห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้งานโซเชียลมีเดียภายในประเทศ
แอนโทนี อัลบาเนซี นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียเปิดเผยในแถลงการณ์เมื่อคืนวันเสาร์ (27 มิ.ย.) ว่า บริษัทเทคโนโลยีต่าง ๆ ยังดำเนินการได้ไม่ดีพอ ในการปฏิบัติตามคำสั่งห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้งานโซเชียลมีเดีย
อัลบาเนซีระบุว่า รัฐบาลจะยื่นร่างกฎหมายต่อรัฐสภากลางเพื่อปรับเพิ่มโทษปรับสูงสุดสำหรับบริษัทโซเชียลมีเดียที่ไม่สามารถป้องกันไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้งานแพลตฟอร์มของตน โดยจะปรับเพิ่มขึ้นจากเดิม 49.5 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (34.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เป็น 99 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (68.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
อัลบาเนซีกล่าวว่า “ยังมีเด็กจำนวนมากเกินไปที่ใช้งานโซเชียลมีเดีย” และ “การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สะท้อนถึงความจริงจังของเรา ต่อความล้มเหลวใด ๆ ของบริษัทโซเชียลมีเดียที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายชั้นนำระดับโลกของเรา”
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า มาตรการสั่งห้ามดังกล่าว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโลก มีผลบังคับใช้เมื่อเดือน ธ.ค. 2568 อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาที่เผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี (25 มิ.ย.) โดยมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิลของออสเตรเลียพบว่า เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีมากกว่า 85% ระบุว่า พวกเขายังคงใช้งานโซเชียลมีเดียอยู่ แม้ว่ามาตรการดังกล่าวจะบังคับใช้มาแล้วเป็นเวลา 3 เดือนแล้วก็ตาม
นอกเหนือจากการลงโทษปรับที่รุนแรงขึ้นแล้ว อัลบาเนซีกล่าวว่า การแก้ไขกฎหมายที่เสนอในครั้งนี้จะช่วยเพิ่มอำนาจให้แก่คณะกรรมาธิการความปลอดภัยทางไซเบอร์ (eSafety Commissioner) ของรัฐบาลในการบังคับให้บริษัทโซเชียลมีเดียต้องส่งหลักฐานเกี่ยวกับมาตรการต่าง ๆ ที่นำมาใช้เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีเข้าใช้งานแพลตฟอร์ม
บรรษัทแพร่ภาพกระจายเสียงออสเตรเลีย (ABC) รายงานว่า รัฐบาลมีความตั้งใจที่จะผ่านกฎหมายการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ก่อนที่การปิดสมัยประชุมฤดูหนาวประจำปีของรัฐสภากลางจะเริ่มต้นขึ้นในวันพฤหัสบดี
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (28 มิ.ย. 69)





