World Today: ประเด็นข่าวต่างประเทศน่าติดตามวันนี้

ตลาดหุ้นเอเชียเปิดผันผวนในวันนี้ (29 มิ.ย.) หลังจากราคาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้นในช่วงเช้านี้ อันเนื่องมาจากรายงานที่ว่า กองกำลังของอิหร่านได้โจมตีฐานที่มั่นทางทหารของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง เพื่อตอบโต้การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ที่เกิดขึ้นล่าสุดในพื้นที่ทางตอนใต้ของอิหร่าน

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้โจมตีอิหร่านเมื่อคืนวันศุกร์ (26 มิ.ย.) เพื่อตอบโต้เหตุโจมตีเรือพาณิชย์ที่กำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันพฤหัสบดี (25 มิ.ย.) พร้อมระบุว่า การกระทำของอิหร่านถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง

เหตุการณ์ตอบโต้และการกล่าวหาซึ่งกันและกันของทั้งสองฝ่ายเกิดขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดที่ยังดำเนินต่อเนื่อง แม้เพิ่งมีการลงนามข้อตกลงหยุดยิง และยังอยู่ระหว่างการเจรจาระหว่างทั้งสองฝ่าย

 

— สำนักข่าว Axios ของสหรัฐฯ รายงานว่า สหรัฐฯ และอิหร่านได้บรรลุข้อตกลงที่จะระงับการโจมตีตอบโต้ซึ่งกันและกัน “เป็นการชั่วคราว” และจะจัดการเจรจาขึ้นในวันอังคาร (30 มิ.ย.) ณ กรุงโดฮา เมืองหลวงของประเทศกาตาร์ เพื่อหาทางออกให้กับข้อพิพาทเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ

Axios รายงานในวันอาทิตย์ (28 มิ.ย.) โดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รายหนึ่ง ซึ่งระบุว่า ทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านจะถอยคนละก้าว “เป็นการชั่วคราว” และ “เรือต่าง ๆ จะสามารถสัญจรได้อย่างเสรี” ในขณะที่การเจรจาในรายละเอียดทางเทคนิคกำลังจะดำเนินต่อไป

เดิมทีนั้น การเจรจาในวันอังคารนี้มีกำหนดจัดขึ้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยจะเน้นไปที่โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ตึงเครียดที่ปะทุขึ้นอีกครั้งในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ต้องย้ายการเจรจามายังกรุงโดฮา พร้อมทั้งเปลี่ยนจุดประสงค์หลักมาเป็นการหารือเรื่องความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซแทน

 

— สำนักข่าวของรัฐบาลซาอุดีอาระเบียรายงานว่า เฮลิคอปเตอร์ของบริษัท อารามโค (Aramco) ซึ่งเป็นบริษัทน้ำมันรายใหญ่ของซาอุดีอาระเบีย ประสบอุบัติเหตุตกเมื่อวันอาทิตย์ (28 มิ.ย.) ที่เมืองราสทานูรา บริเวณชายฝั่งตะวันออกของซาอุดีอาระเบีย และอยู่ทางตะวันตกของช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ผู้โดยสารทั้ง 14 รายเสียชีวิต

รายงานของสำนักข่าวดังกล่าวระบุว่า เหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตกเกิดขึ้นเมื่อเวลา 06.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันอาทิตย์ และขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุ

 

— บริษัทสเปซเอ็กซ์ (SpaceX) จะถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี Nasdaq 100 ตั้งแต่วันที่ 7 ก.ค.นี้ ซึ่งคาดว่าจะดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากกองทุนที่อ้างอิงดัชนีซึ่งต้องปรับพอร์ตให้สอดคล้องกับองค์ประกอบใหม่ของดัชนี

Nasdaq ยืนยันการเพิ่ม SpaceX เข้าสู่ดัชนี หลังปรับผ่อนคลายหลักเกณฑ์การคัดเลือกบริษัทหลายด้าน ทั้งข้อกำหนดด้านความสามารถในการทำกำไร ระยะเวลาหลังการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) และสัดส่วนหุ้นที่หมุนเวียนในตลาด ส่งผลให้บริษัทที่เพิ่งเข้าจดทะเบียนมีคุณสมบัติเข้าดัชนีได้ง่ายขึ้น

กองทุน ETF และกองทุนรวมที่อ้างอิงดัชนี Nasdaq 100 รวมถึงกองทุน QQQ และ QQQM ของอินเวสโก (Invesco) จะต้องเข้าซื้อหุ้น SpaceX เพื่อให้สัดส่วนการลงทุนสอดคล้องกับดัชนี ขณะที่ธนาคารเจพีมอร์แกน (J.P. Morgan) ประเมินว่า การเข้าดัชนีครั้งนี้อาจดึงดูดเม็ดเงินลงทุนแบบพาสซีฟ (passive investment) ราว 4.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะช่วยหนุนราคาหุ้นเพิ่มเติมในช่วงที่นักลงทุนสถาบันทยอยปรับสมดุลพอร์ตการลงทุน

 

— มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเตรียมการสำหรับการเดินทางเยือนอินเดียของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ในช่วงต้นปีหน้า ท่ามกลางความคืบหน้าในการเจรจาข้อตกลงการค้าทวิภาคีระหว่างทั้งสองประเทศ

รูบิโอให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว IANS ของอินเดียว่า เขามีแผนเดินทางเยือนอินเดียภายในปีนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเยือนของทรัมป์ พร้อมระบุว่า ทั้งสองฝ่ายกำลังดำเนินการเพื่อให้การเยือนเกิดขึ้นในช่วงต้นปีหน้า

ขณะเดียวกัน รูบิโอยังแสดงความเชื่อมั่นว่า การเจรจาข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ และอินเดียใกล้จะแล้วเสร็จ โดยระบุว่าเหลือเพียงขั้นตอนสุดท้าย และการเจรจากำลังดำเนินไปในทิศทางที่ดี

ความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียและสหรัฐฯ ยังคงเผชิญความตึงเครียดตลอดปีที่ผ่านมา หลังรัฐบาลสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียในอัตราสูง เพื่อตอบโต้การที่อินเดียยังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซีย รวมถึงการที่สหรัฐฯ กระชับความสัมพันธ์กับปากีสถาน ซึ่งเป็นคู่ปรับสำคัญของอินเดีย

แม้รูบิโอเดินทางเยือนอินเดียเมื่อเดือนที่ผ่านมาเพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ แต่สถานการณ์กลับตึงเครียดอีกครั้ง หลังลูกเรือชาวอินเดีย 3 คนเสียชีวิตจากการโจมตีเรือพาณิชย์โดยกองทัพเรือสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย

 

— ชาวเยอรมนีเตรียมรับมือกับคลื่นความร้อนรุนแรงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (27 มิ.ย.) หลังอุณหภูมิในประเทศพุ่งทำสถิติใหม่ ขณะที่คลื่นความร้อนซึ่งเชื่อมโยงกับการเสียชีวิตหลายสิบรายในยุโรปตะวันตก กำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันออกสู่โปแลนด์

โฆษกสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติเยอรมนีเปิดเผยว่า ในวันศุกร์ (26 มิ.ย.) มีการบันทึกอุณหภูมิสูงสุดเบื้องต้นที่ 41.3 องศาเซลเซียส บริเวณใกล้เมืองซาร์บรึคเคิน (Saarbruecken) ใกล้พรมแดนฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดของประเทศ แม้ว่าตัวเลขดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ และเยอรมนี ต่างเผชิญอุณหภูมิสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนมิ.ย. และคาดว่าคลื่นความร้อนระลอกนี้อาจทำลายสถิติใหม่เพิ่มเติมระหว่างเคลื่อนตัวผ่านเยอรมนีไปยังโปแลนด์

เว็บไซต์พยากรณ์อากาศ Donnerwetter.de ระบุว่า คลื่นความร้อนจะรุนแรงที่สุดในช่วงสุดสัปดาห์ โดยบางพื้นที่ของเยอรมนีอาจมีอุณหภูมิสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส ก่อนที่สภาพอากาศจะเริ่มคลี่คลายในช่วงสุดสัปดาห์ พร้อมความเสี่ยงเกิดพายุฝนฟ้าคะนองรุนแรงในวันอาทิตย์ (28 มิ.ย.)

 

— รัฐบาลสหรัฐฯ อนุญาตในวันศุกร์ (26 มิ.ย.) ให้บริษัทแอนโทรปิก (Anthropic) เปิดให้ “พันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจ” (trusted partners) บางรายเข้าถึง Claude Mythos 5 โมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ประสิทธิภาพสูงได้

การผ่อนคลายข้อจำกัดครั้งนี้เกิดขึ้นเพียง 2 สัปดาห์ หลังรัฐบาลสหรัฐฯ สั่งให้แอนโทรปิกระงับการเข้าถึง AI บางโมเดล เนื่องจากกังวลว่าอาจถูกนำไปใช้โดยหน่วยข่าวกรองทางทหารของจีน รัสเซีย หรือประเทศอื่น ๆ ที่สหรัฐฯ มองว่าเป็นความเสี่ยงด้านความมั่นคง

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า คำสั่งฉบับใหม่จะเปิดทางให้บริษัทและสถาบันมากกว่า 100 แห่ง รวมถึงบริษัทจำนวนมากในกลุ่ม Fortune 500 สามารถเข้าถึง Mythos 5 ได้

ก่อนหน้านี้ แอนโทรปิกได้ระงับการใช้งานโมเดล AI ที่ล้ำหน้าที่สุดของบริษัท ได้แก่ Mythos 5 และ Fable 5 สำหรับผู้ใช้ทั้งหมด หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ออกมาตรการควบคุมการส่งออก

 

— หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานเมื่อวันศุกร์ (26 มิ.ย.) ว่า บริษัทแอปเปิ้ล (Apple) กำลังล็อบบี้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เพื่อขออนุมัติให้สามารถซื้อชิปหน่วยความจำจากบริษัทฉางซิน เมมโมรี เทคโนโลยีส์ (ChangXin Memory Technologies – CXMT) ของจีน ซึ่งถูกกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำ

รายงานระบุว่า แอปเปิ้ลยื่นเรื่องต่อทำเนียบขาวเพื่อขอผ่อนปรนข้อจำกัดดังกล่าว โดยมีเป้าหมายเพื่อลดแรงกดดันด้านต้นทุน หลังราคาชิปหน่วยความจำปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนถึงแรงกดดันที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ กำลังเผชิญ จากต้นทุนชิปหน่วยความจำที่พุ่งสูง ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงใช้มาตรการด้านความมั่นคงแห่งชาติเพื่อจำกัดการดำเนินธุรกิจของผู้ผลิตชิปจีน

แหล่งข่าวเปิดเผยกับไฟแนนเชียลไทมส์ว่า แอปเปิ้ลได้ติดต่อกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ตั้งแต่กว่า 1 เดือนก่อน พร้อมทั้งประสานงานกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารและพันธมิตรในกรุงวอชิงตันเพิ่มเติม

ก่อนหน้านี้ ภายใต้รัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้จัดให้ CXMT ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ที่สุดของจีน เป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับกองทัพจีน นอกจากนี้ คณะกรรมการระหว่างหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ยังได้อนุมัติเมื่อปีที่แล้วให้เพิ่มชื่อบริษัทดังกล่าวเข้าสู่บัญชี Entity List ของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 มิ.ย. 69)