
กองทัพอิสราเอลเปิดปฏิบัติการระเบิดทำลายอุโมงค์ใต้ดินในเมืองมัจญ์ดาล ซูน (Majdal Zoun) ทางตอนใต้ของเลบานอน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (28 มิ.ย.) โดยแรงระเบิดมีความรุนแรงจนส่งเสียงดังสนั่นเป็นวงกว้างทั่วทั้งภูมิภาค ตามรายงานของสำนักข่าวแห่งชาติเลบานอน (NNA)
คำแถลงร่วมของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อิสราเอล แคตซ์ ระบุว่า อุโมงค์ใต้ดินที่ถูกทำลายเมื่อคืนวันอาทิตย์มีความยาวกว่า 200 เมตร และลึกกว่า 25 เมตร ภายในตรวจพบอาวุธจำนวนมากและปล่องยิงจรวดหลายจุด ซึ่งอิสราเอลอ้างว่ามีเป้าหมายเพื่อใช้โจมตีดินแดนอิสราเอล โดยระบุว่าได้มีการแจ้งให้ทางสหรัฐฯ ทราบล่วงหน้าก่อนเริ่มปฏิบัติการทำลายอุโมงค์ดังกล่าว
อิสราเอลแถลงว่า “ทหารของกองทัพอิสราเอลจะยังคงประจำการอยู่ในเขตความมั่นคงทางตอนใต้ของเลบานอน และจะเดินหน้าทำลายโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มก่อการร้าย ขจัดภัยคุกคามต่อชุมชนทางตอนเหนือของอิสราเอล และรักษาความปลอดภัยของพลเมืองอิสราเอลต่อไป”
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ก่อนเกิดเหตุระเบิด กองทัพอิสราเอลได้แจ้งเตือนหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ทางตอนเหนือของอิสราเอลว่า จะมีการระเบิดรุนแรงซึ่งอาจส่งผลให้ระบบแจ้งเตือนแผ่นดินไหวทำงาน โดยต่อมากระทรวงพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานของอิสราเอลออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ระบบได้ตรวจพบแรงสั่นสะเทือนในเลบานอนตอนใต้ ซึ่งเป็นผลมาจากการระเบิดแบบควบคุม
เหตุการณ์รุนแรงครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่อิสราเอลยังคงดำเนินกิจกรรมทางทหารในเลบานอนตอนใต้ แม้ว่าเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (26 มิ.ย.) สหรัฐฯ อิสราเอล และเลบานอน จะได้บรรลุกรอบข้อตกลงร่วมกัน ซึ่งรวมถึงการที่อิสราเอลจะถอนกำลังทหารบางส่วนออกจากพื้นที่ 2 แห่งในเลบานอนตอนใต้ เพื่อปูทางไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนระหว่างสองประเทศ
ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขของเลบานอนเปิดเผยตัวเลขความสูญเสีย โดยระบุว่ายอดผู้เสียชีวิตสะสมจากการโจมตีของอิสราเอล ตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. ถึง 28 มิ.ย. พุ่งสูงขึ้นเป็น 4,247 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีก 12,195 ราย
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (29 มิ.ย. 69)





