ล้างบางยานักกล้ามปลอม!! ทลายแหล่งผลิต “สเตียรอยด์เถื่อน” ยึดของนับล้านชิ้น

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เป็นประธานการแถลงข่าวผลการทลายแหล่งลักลอบผลิตยาอนาบอลิกสเตียรอยด์เถื่อน เพื่อส่งขายต่างประเทศ ภายในคอนโดย่านพัฒนาการ โดยระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญต่อปัญหาสินค้าสุขภาพ และผลิตภัณฑ์ยาที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะกลุ่มสารกระตุ้นกล้ามเนื้อ ประเภทอนาบอลิกสเตียรอยด์ (Anabolic steroids) ที่ผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มนักกีฬา นักเพาะกาย หรือประชาชนทั่วไป ที่อยากมีรูปร่างและกล้ามเนื้อที่โตไว อาจตกเป็นเหยื่อของการโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง โดยไม่ทราบเลยว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ถูกลักลอบผลิตขึ้นอย่างผิดกฎหมาย ในสถานที่ที่ไม่ได้มาตรฐาน ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้บริโภคที่อาจจะได้รับอันตรายจากสารปนเปื้อนสารต้องห้าม หรือส่วนผสมที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อระบบร่างกายและสุขภาพในระยะยาวอย่างร้ายแรง

สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระหว่างสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.), บก.ปคบ. และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้มีการนำข้อมูลเข้าสืบสวนเชิงลึก จนนำไปสู่การขอหมายค้นและบุกจู่โจมแหล่งผลิตเถื่อนพร้อมกัน 3 จุด ในพื้นที่เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ

ซึ่งจากการบุกตรวจค้นในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันใช้อำนาจตามกฎหมายในการตรวจสอบและยึดอายัดสินค้าที่ไม่ปลอดภัยไว้ได้เป็นจำนวนมหาศาล รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท สามารถยึดยาเม็ดและของกลางกว่า 1.8 ล้านชิ้น ประกอบด้วย

  • ผลิตภัณฑ์ยาสำเร็จรูปประเภท อะนาบอลิก สเตียรอยด์ ทั้งชนิดผงและของเหลว รวมถึงสารเคมีแมนนิทอล จำนวน 61 รายการ รวมทั้งสิ้น 17,981 ชิ้น
  • ยาเม็ดสำเร็จรูปบรรจุในกระปุกไม่มีฉลาก และเม็ดยาที่รอการบรรจุ รวมกว่า 42 รายการ จำนวนมากถึง 1,321,200 เม็ด
  • บรรจุภัณฑ์ และฉลากปลอมที่ใช้เครื่องหมายการค้าของยี่ห้อต่าง ๆ อีกกว่า 405,094 ชิ้น
  • อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต เช่น เครื่องปิดฝาขวดยาฉีด เครื่องกรอกเม็ดยา เครื่องซีล และเครื่องพิมพ์รุ่นการผลิต รวมกว่า 79 รายการ

อีกทั้งยังพบว่า กลุ่มผู้กระทำผิดเน้นการลักลอบผลิตเพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ และจำหน่ายผ่านทางออนไลน์ให้กับกลุ่มเฉพาะ ทำให้ผู้บริโภคทั่วไปเข้าถึงข้อมูลที่แท้จริงได้ยาก

น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ได้สั่งการให้ สคบ. เข้ามาใช้อำนาจเด็ดขาด ตามกรอบกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค 2 ด้าน คือ 1) ธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง (Online E-commerce) สคบ. จะตรวจสอบผู้ประกอบธุรกิจที่จำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงสถานะการจดทะเบียนธุรกิจตลาดแบบตรง หากพบว่าฝ่าฝืนกฎหมาย จะดำเนินการอย่างเด็ดขาด และ 2) การรับเรื่องร้องทุกข์ ไกล่เกลี่ย และดำเนินคดีแทนผู้บริโภค สคบ. จะเป็นที่พึ่งให้กับประชาชน พร้อมเปิดช่องทางรับเรื่องร้องทุกข์ และหากพบว่ามีผู้เสียหายเดือดร้อนในวงกว้าง สคบ. มีอำนาจในการฟ้องร้องดำเนินแทนผู้บริโภค เพื่อเรียกค่าเสียหาย และเยียวยาพี่น้องประชาชนอย่างถึงที่สุด

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 มิ.ย. 69)