
ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ CBOT ในวันอังคาร (30 มิ.ย.) สัญญาธัญพืชปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งกระดาน โดยปัจจัยหลักมาจากรายงานพื้นที่เพาะปลูกและสต๊อกธัญพืชจากกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (USDA) ที่ระบุว่าพื้นที่ปลูกข้าวโพดและข้าวสาลีลดลง รวมถึงสต๊อกข้าวโพดที่ตึงตัวกว่าที่เทรดเดอร์คาดการณ์ไว้
- สัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือนธ.ค. เพิ่มขึ้น 6.00 เซนต์ หรือ +1.40% ปิดที่ 4.3600 ดอลลาร์/บุชเชล
- สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนก.ย. เพิ่มขึ้น 9.50 เซนต์ หรือ +1.64% ปิดที่ 5.8925 ดอลลาร์/บุชเชล หลังจากร่วงลงไปแตะระดับต่ำสุดในรอบ 4 เดือนในช่วงแรก ๆ ของการซื้อขาย
- สัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนพ.ย. เพิ่มขึ้น 4.75 เซนต์ หรือ +0.42% ปิดที่ 11.4375 ดอลลาร์/บุชเชล
รายงานของ USDA ระบุว่า เกษตรกรสหรัฐฯ ปลูกข้าวโพดในปี 2569 จำนวน 95.343 ล้านเอเคอร์ ลดลงจาก 98.788 ล้านเอเคอร์ในปีที่ผ่านมา แม้จะสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 94.992 ล้านเอเคอร์ก็ตาม ซึ่งนักวิเคราะห์ระบุว่าเกษตรกรพยายามเร่งคว้าโอกาสจากราคาสินค้าเกษตรที่ปรับตัวสูงขึ้นและสภาพอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูก ขณะที่สต๊อกข้าวโพด ณ วันที่ 1 มิ.ย. ประเมินไว้ที่ 5.295 พันล้านบุชเชล ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่คาดไว้ที่ 5.408 พันล้านบุชเชล
สำหรับพื้นที่ปลูกถั่วเหลือง USDA ประเมินไว้ที่ 85.365 ล้านเอเคอร์ เพิ่มขึ้นจาก 81.215 ล้านเอเคอร์ในปี 2568 ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับการคาดการณ์ของตลาด ส่วนพื้นที่ปลูกข้าวสาลีทุกชนิดอยู่ที่ 42.740 ล้านเอเคอร์ ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ก่อนรายงานที่ 43.858 ล้านเอเคอร์อย่างมาก ส่งผลให้ราคาสัญญาข้าวสาลีปรับตัวสูงขึ้นตามปัจจัยดังกล่าว
โดย พสิษฐ์ อุ่นเมตตาจิต/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์





