สหรัฐฯ ประกาศภาวะฉุกเฉินโครงข่ายไฟฟ้าใหญ่สุด หลังคลื่นความร้อนดันดีมานด์พุ่ง

กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ประกาศภาวะฉุกเฉินเมื่อวันอังคาร (30 มิ.ย.) ครอบคลุมโครงข่ายไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ ท่ามกลางความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นและความเสี่ยงด้านอุปทาน จากคลื่นความร้อนรุนแรงที่แผ่ปกคลุมหลายพื้นที่

ประกาศดังกล่าวออกภายใต้มาตรา 202(c) ของกฎหมาย Federal Power Act โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ระบุว่า พื้นที่ดูแลของ PJM Interconnection เข้าข่ายภาวะฉุกเฉินตามกฎหมาย เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่กำลังการผลิตมีอยู่อย่างจำกัด

ก่อนหน้านี้ PJM ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการและผู้ประสานงานระบบโครงข่ายไฟฟ้ารายใหญ่ของสหรัฐฯ ได้ยื่นคำร้องเมื่อวันจันทร์ (29 มิ.ย.) โดยเตือนว่ามีความเสี่ยงเกิดภาวะฉุกเฉินด้านความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในระยะใกล้ หลังคาดว่าอุณหภูมิจะพุ่งแตะราว 95 องศาฟาเรนไฮต์ (ประมาณ 35 องศาเซลเซียส) หรือสูงกว่า

PJM คาดการณ์ว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุดจะอยู่ที่ราว 159,563 เมกะวัตต์ในวันที่ 1 ก.ค. 2569 และเพิ่มเป็นประมาณ 162,860 เมกะวัตต์ในวันที่ 2 ก.ค. 2569 ซึ่งเป็นระดับที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะไฟฟ้าขาดแคลน และกระทบต่อเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า

นอกจากนี้ PJM ยังระบุว่า โรงไฟฟ้าบางแห่งอาจถูกจำกัดการเดินเครื่อง เนื่องจากข้อกำหนดตามใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อมหรือข้อบังคับของรัฐ

ทั้งนี้ PJM Interconnection เป็นผู้ดูแลโครงข่ายไฟฟ้าที่ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ทางตะวันออกของสหรัฐฯ โดยเจ้าหน้าที่เตือนว่า หากไม่มีมาตรการรองรับ สภาพอากาศร้อนจัดอาจกดดันระบบไฟฟ้าอย่างรุนแรงจนกระทบต่อความสามารถในการจ่ายไฟให้เพียงพอต่อความต้องการใช้งาน

กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ระบุว่า การออกคำสั่งครั้งนี้มีความจำเป็นเพื่อให้มีไฟฟ้าเพียงพอและเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน

โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์