
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย ในคำร้องที่ นายธนะวิทย์ วงศ์ธารทิพย์ ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย โดยอ้างว่า กระทำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มีคำสั่งแต่งตั้งนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ให้ดำรงตำแหน่งที่มีอำนาจกำกับดูแลและสั่งการเกี่ยวกับนโยบายพลังงานการบริหารจัดการสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศ เป็นผู้มีส่วนได้เสียในธุรกิจพลังงาน อาจส่งผลให้เกิดประโยชน์ ต่อธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตนเองและเครือญาติ
ประกอบกับนายอนุทิน และนายพิพัฒน์ แถลงข่าวเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหา สถานีบริการน้ำมันขาดแคลนจนเกิดผลกระทบต่อประชาชน ทำให้ผู้ร้องได้รับความเสียหายโดยตรง จากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ดังนั้น การกระทำของทั้งนายอนุทิน และนายพิพัฒน์ เป็นการกระทำที่ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติการณ์ที่เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน ทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง และเป็นการใช้สถานะหรือตำแหน่งกระทำการไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมที่มี ผลประโยชน์ทับซ้อน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของนายอนุทิน และ นายพิพัฒน์ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) และการกระทำอันเป็นการต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 วรรคหนึ่ง (2) และมาตรา 186 อันเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของทั้งสองสิ้นสุดลง เฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) และ (5)
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้อง คำร้องเพิ่มเติม และเอกสารประกอบ ไม่ปรากฏว่า นายธนะวิทย์ ซึ่งเป็นผู้ร้องถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรงและได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย จากการถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพจากการแต่งตั้งของนายอนุทินและนายพิพัฒน์อย่างไร ผอีกทั้งนายธนะวิทย์ ไม่ใช่บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิ หรือเสรีภาพตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 46 วรรคหนึ่ง
* การยื่นคำร้องให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงนั้น ต้องเป็น สส. หรือ สว. เข้าชื่อ หรือ กกต.เป็นผู้ส่งเรื่อง
ประกอบกับการขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 นั้น รัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 บัญญัติให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของแต่ละสภา มีสิทธิเข้าชื่อร้องต่อประธานแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกเพื่อให้ประธานแห่งสภาที่ได้รับคำร้องส่งคำร้องนั้นไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย หรือให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ เป็นกรณีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้กำหนดกระบวนการร้องหรือผู้มีสิทธิขอให้ศาลพิจารณา วินิจฉัยไว้เป็นการเฉพาะแล้วตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 47 (2) ซึ่งมาตรา 46 วรรคสาม บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา ดังนั้น นายธนะวิทย์ ไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213
โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน





