
นักวิเคราะห์ฯ มองหุ้นไทยวันนี้มีแนวโน้มแกว่งตัวออกข้าง ตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มเทคฯ แต่คาดว่ายังได้แรงหนุนกลุ่ม Domestic Play อาทิ ธนาคารและค้าปลีกเข้ามาประคองดัชนี เช่นเดียวกันเมื่อวาน ขณะที่ตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ต่ำคาด ช่วยลดแรงกดดันแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ให้กรอบแนวรับ 1,585 – 1,580 จุด และแนวต้าน 1,600 จุด
นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน (บลป.) เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทย [SET.X] วันนี้คาดดัชนีจะเคลื่อนไหวแกว่งตัวออกด้านข้าง แม้จะถูกกดดันมาจากแรงเทขายในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีต่างประเทศที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังหน้าหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไทย โดยเฉพาะ DELTA ซึ่งเมื่อวานนี้ปรับตัวลงแรง
อย่างไรก็ดี ดัชนีจะไม่ได้ปรับฐานลงลึกเนื่องจากมีเม็ดเงินลงทุนสลับเข้ามาสนับสนุนในกลุ่ม Domestic Play ช่วยประคองดัชนี โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และกลุ่มค้าปลีก
นอกจากนี้ ตลาดทุนยังได้รับจิตวิทยาเชิงบวกหลังจากสหรัฐฯ ประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์ ส่งผลให้นักลงทุนในตลาดคลายความกังวลและปรับลดคาดการณ์โอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ย
สำหรับปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในระยะถัดไป นอกเหนือจากการรายงานตัวเลขดัชนีภาคบริการ (ISM) ของสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้าแล้ว ตลาดจะเริ่มเปลี่ยนจุดโฟกัสมาที่การคาดการณ์ผลประกอบการประจำไตรมาส 2/69 ของบริษัทจดทะเบียน
ประเมินกรอบแนวรับ 1,585 – 1,580 จุด และแนวต้าน 1,600 จุด
ปะเด็นพิจารณาการลงทุน
– ตลาดหุ้นนิวยอร์ก (2 ก.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ [DJI.X] ปิดที่ 52,900.07 จุด เพิ่มขึ้น 594.83 จุด หรือ +1.14% , ดัชนี S&P500 [SP500.X] ปิดที่ 7,483.24 จุด เพิ่มขึ้น 0.01 จุด หรือ +0.00% และดัชนี Nasdaq [NASDAQ.X] ปิดที่ 25,832.67 จุด ลดลง 207.36 จุด หรือ -0.80%
– ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้เปิดเช้านี้ ดัชนีนิกเกอิ[NIKKEI.X] ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ระดับ 68,676.06 จุด ลดลง 57.09 จุด หรือ -0.08% และในช่วง 15 นาทีแรกของการซื้อขาย ดัชนีนิกเกอิร่วงลง 900.64 จุด หรือ -1.31% จากเมื่อวานนี้ สู่ระดับ 67,832.51 จุด , ดัชนีฮั่งเส็ง [HSI.X] ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ระดับ 23,240.85 จุด เพิ่มขึ้น 185.82 จุด หรือ +0.81% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิต [SSE.X] ตลาดหุ้นจีนเปิดที่ระดับ 4,031.34 จุด เพิ่มขึ้น 2.44 จุด หรือ +0.06%
– ตลาดหุ้นไทย [SET.X] ปิดล่าสุด (2 ก.ค. ) 1,593.56 จุด เพิ่มขึ้น 5.33 จุด (+0.34%) มูลค่าซื้อขาย 92,510.29 ล้านบาท
– นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ (2 ก.ค.) 8,549.97 ล้านบาท
– ราคาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนส.ค. ( 2ก.ค.) เพิ่มขึ้น 11 เซนต์ หรือ 0.16% ปิดที่ 68.69 ดอลลาร์/บาร์เรล
– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (2 ก.ค.) อยู่ที่ 22.75 ดอลลาร์/บาร์เรล
– เงินบาทเปิด 33.23 แข็งค่า รับดอลลาร์อ่อนค่าหลังข้อมูลจ้างงานสหรัฐต่ำกว่าคาด
– นักลงทุนพากันเพิ่มน้ำหนักต่อคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานที่อ่อนแอในเดือนมิ.ย. ซึ่งจะลดความจำเป็นในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 49.4% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนก.ย. หลังจากให้น้ำหนักเพียง 35.8% เมื่อวานนี้
– กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้นเพียง 57,000 ตำแหน่งในเดือนมิ.ย. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 115,000 ตำแหน่ง
– “บิทคับ” ชี้เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ยุค K-Shape ยก “จีน” เร่งปรับสู่เศรษฐกิจนวัตกรรม ขณะที่ “บลจ.เอ็กซ์สปริง” มองครึ่งปีหลังได้แรงหนุน จากมาตรการรัฐและเอฟดีไอ ส่วน “เดลต้า” เชื่อไทย มีศักยภาพเป็นฮับดาต้าเซนเตอร์ดึงดูดบิ๊กเทคลงทุนระยะยาว “เสนาฯ” เตือนไทยกำลังสูญเสียขีดความสามารถแข่งขันและเผชิญโจทย์ใหญ่กว่าวิกฤติโควิด ส่วน “แสนสิริ” มองเศรษฐกิจครึ่งปีหลัง ยัง “ทรงตัว” เปรียบเหมือน “ต้มกบ” ที่ความเสี่ยงค่อยๆ สะสมโดยหลายฝ่ายไม่ทันรู้ตัว
– “ไทยบีเอ็มเอ” เผยภาพรวมตลาดหุ้นกู้ 5 เดือนแรก “ยังทรงตัว” คาดทั้งปีออกไม่ต่ำกว่า 8.8 แสนล้าน โดยส่วนใหญ่กว่า 90% ยังเป็นกลุ่ม Investment Grade ที่นักลงทุนเชื่อมั่น ด้าน “หุ้นกู้อสังหาฯ” ปรับตัวส่ง “หุ้นกู้มีประกัน” สูงถึง 89% หวังดึงความเชื่อมั่นคืน ขณะที่ “ฟิทช์ เรทติ้งส์” ออกโรงเตือน 10 บริษัทเอกชนรายใหญ่ของไทยเผชิญแรงกดดัน
– “พ.ร.บ.โอนงบฯ” วงเงิน 10,328 ล้านบาท ใช้เวลา 15 นาทีผ่านฉลุย ใส่งบกลางใช้ภารกิจเร่งด่วนแก้วิกฤตประเทศ “กมธ.งบฯ 70” นัดแรกเคาะ “เอกนิติ” นั่งประธาน ไฟเขียวถ่ายทอดสดตลอดประชุม “ขุนคลัง” นั่งหัวโต๊ะประชุมบอร์ดบัตรคนจนศุกร์นี้ สรุปตัวเลขชง ครม. ก่อนประกาศผล 17 ก.ค. จ่อปลอบใจกลุ่มวืดเข้าไทยช่วยไทยพลัส นายกฯ ลงพื้นที่อยุธยาเปิดตัว “สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง”
– นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง โดย สคร. เดินหน้าแผนบริหารจัดการหลักทรัพย์ที่รัฐบาลถือครองต่ำกว่า 50% อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการสะสางพอร์ตหุ้นทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์ที่ไม่จำเป็น เพื่อเปลี่ยนให้เป็นรายได้ส่งคืนรัฐและปรับพอร์ตไปสู่สินทรัพย์ที่มีผลตอบแทนที่ดีกว่าเดิม
– ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิด 3 บทเรียนเปลี่ยนเศรษฐกิจ หลังการลอยตัวค่าเงินบาท ปี 2540 สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญต่อการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ การเงิน และการกำกับดูแล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยบทวิจัยเรื่อง “29 ปี การลอยตัวค่าเงินบาท : 3 บทเรียนที่เปลี่ยนเศรษฐกิจไทย” ว่า วันที่ 2 ก.ค.40 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจไทย เมื่อประเทศไทยประกาศยกเลิกระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบตรึงค่าเงินบาทและเปลี่ยนมาใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนลอยตัวแบบมีการบริหารจัดการ (Managed Float) หลังเผชิญแรงกดดันจากการโจมตีค่าเงินและการสูญเสียทุนสำรองระหว่างประเทศจำนวนมาก นำไปสู่วิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ “ต้มยำกุ้ง” กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ ภาคการเงิน และการกำกับดูแลของไทย ซึ่งช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้เศรษฐกิจไทยตลอด 29 ปีที่ผ่านมา
– “อัสสเดช” เล็งปลดล็อกเกณฑ์เข้มงวดผ่อนคลาย บจ.-นักลงทุน ให้เกิดความคล่องตัว ใส่เกียร์ขับเคลื่อนตลาดหุ้นไทย หลังครึ่งแรกปี 69 ฟื้นตัวชัด SET Index พุ่ง 30% สภาพคล่องล้น ความเชื่อมั่นนักลงทุนเต็มเปี่ยมเงินทุนต่างชาติไหลกลับ แย้มชัดเจนไตรมาส 3/69 บลจ.ขานรับยกเครื่องเกณฑ์กำกับ บจ. เพิ่มความโปร่งใส
*หุ้นเด่นวันนี้
*PLANB (กสิกรไทย) “ซื้อ” ปรับเป้าหมายราคาเป็น 5.65 บาท ดีล COM7 เปิดโอกาส Synergy ใหม่ โดย PLANB ใช้เ งินกู้ 5.8 พันลบ. และเงินสด 1.4 พันลบ. เข้าลงทุน พร่อมต่อยอดสื่อโฆษณา ผ่านร้าน COM7 กว่า 1,400 สาขา และธุรกิจแท็กซี่ EV และส่งกรรมการ 2 คนเข้า COM7 มองบวกต่อกำไรระยะยาว คาดรายได้เ งินปันผลจาก COM7 หนุนกำไรปี 2570 มี Upside ราว 8.5% และอาจเพิ่มเป็นราว 30% หากสามารถรับรู้สวนแบ่งกำไรตามวิธีส่วนได้เ สีย (Equity Method) คงคาแนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเป้าหมายเป็น 5.65 บาท เพิ่มประมาณการกำไรปี 2569–71 ขึ้น 8.5%–13.0% จากการรับรู้เ งินปันผล โดยยังไม่รวม Synergy และส่วนแบ่งกำไรที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
* CPALL (ฟินันเซีย ไซรัส) “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 63 บาท ภาพรวม SSSG ไตรมาส 2/69 ยังทรงตัวถึงบวกได้บางๆประคองตัวได้ดี สะท้อนว่าไม่ได้ถูกกระทบอย่างมีนัยยะโครงการไทยช่วยไทยพลัส ในเดือนมิ.ย.69 ขณะที่ลูกอย่าง CPAXT คาดเริ่มทยอยเห็นการฟื้นตัวจากฐานต่ำ ทำให้ภาพรวมคาดแนวโน้มกำไร CPALLไตรมาส 2/69 ยังขยายตัวต่อเนื่อง y-y เรายังคาดกำไรปี 2569 เติบโต 11% y-y ด้าน Valuation ยังไม่แพง เทรด PER เพียง 14 เท่า และราคายัง Laggard –6% จากช่วงก่อนสงคราม ขณะที่ SET +4%
*BBIK (คิงส์ฟอร์ด) “ซื้อเก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 25.25 บาท ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/69 บริษัทมีกำไร 81 ล้านบาท -36%QoQ, +13%YoY โดย QoQ ลดลงตามปัจจัยฤดูกาล แต่ YoY เติบโตได้จากรายได้ที่ขยายตัว 7%YoY ส่วนใหญ่จากรายได้ ERP รวมถึง GPM ที่ดีขึ้น ทั้งนี้บริษัทยังคงเป้ารายได้ปี 69 โต 20%YoY ขณะที่ Backlog สิ้นไตรมาส 1/69 ที่ 803 ล้านบาท (ถ้ารวม JV อยู่ที่ 1.1 พันล้านบาท) แนวโน้มไตรมาส 2/69 และในช่วงที่เหลือของปีรายได้เร่งตัวขึ้นตามความต้องการด้าน AI และธุรกิจการเงิน (virtual banking) อิงจาก consensus คาดกำไรปี 69 ที่ 380 ล้านบาท +11%YoY และปี 70 ที่ 420 ล้านบาท +11%YoY valuation ไม่แพง PER < 10 เท่า
โดย วรินทร ศิรินอก/รัชดา คงขุนเทียน





