“ทรัมป์” หนุนฟีฟ่าพักใบแดง “บาโลกัน”! ยันไม่ใช่การฟาวล์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวปกป้องการที่ตนได้โทรศัพท์ถึงจานนี อินฟานติโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ซึ่งทำให้ฟีฟ่ากลับคำตัดสินที่มีต่อโฟลาริน บาโลกัน กองหน้าทีมชาติสหรัฐ โดยได้ระงับการลงโทษแบนเป็นเวลา 1 ปี

ทั้งนี้ บาโลกันได้รับใบแดงจากการเข้าสกัดในเกมที่สหรัฐเอาชนะบอสเนีย 3-0 ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย

“ผมขอให้มีการทบทวนการตัดสินใจ เพราะผมไม่คิดว่ามันเป็นการฟาวล์ ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใบแดงคืออะไร” ปธน.ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว

ฟีฟ่าประกาศวานนี้ให้ระงับการบังคับใช้โทษแบนดังกล่าวเป็นเวลา 1 ปี ทำให้บาโลกันสามารถลงสนามในเกมรอบน็อกเอาต์ สหรัฐพบกับเบลเยียมในวันนี้ที่เมืองซีแอตเทิล

“ผมไม่ได้บอกเขาว่าต้องทำอะไร ผมสั่งเขาไม่ได้ และผมก็ไม่เชื่อว่าเขาเป็นคนตัดสินใจในเรื่องนี้” ปธน.ทรัมป์กล่าวถึงการโทรศัพท์พูดคุยกับอินฟานติโน และเสริมว่า หากโทษแบนของบาโลกันยังคงมีผลสำหรับเกมสหรัฐพบกับเบลเยียม “เกมนี้ก็จะมีข้อกังขาติดตัว ไม่ว่าเราจะแพ้หรือชนะก็ตาม”

“แต่ถ้าพวกเขาชนะเรา พวกเขาก็สามารถภูมิใจได้อย่างเต็มที่” ปธน.ทรัมป์ระบุ

สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า ออกแถลงการณ์ในวันนี้ โดยได้วิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อการตัดสินใจของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ที่ได้ระงับการลงโทษแบนแบบอัตโนมัติต่อ โฟลาริน บาโลกัน

การตัดสินใจดังกล่าวก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยสมาคมฟุตบอลเบลเยียม ระบุว่า ทางสมาคมรู้สึกประหลาดใจต่อการตัดสินใจที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ขณะที่มีรายงานว่า ฟีฟ่าดำเนินการดังกล่าวหลังได้รับโทรศัพท์ถึง 3 ครั้งจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ

ในแถลงการณ์ที่มีการเผยแพร่ในวันนี้ ยูฟ่าระบุว่า การที่ฟีฟ่าระงับการบังคับใช้โทษแบนอัตโนมัติ 1 นัดจากใบแดงของบาโลกัน เป็นระยะเวลา 1 ปี ถือเป็นการก้าวข้ามเส้นแดง

ยูฟ่าระบุว่า “ฟุตบอลก็เหมือนกับกีฬาทุกชนิดที่ต้องอาศัยกฎระเบียบ ซึ่งเป็นรากฐานของการแข่งขันที่ยุติธรรม ซื่อสัตย์ และโปร่งใส บางครั้งกฎอาจเปิดให้ตีความได้ แต่กรณีนี้ไม่ใช่”

นอกจากนี้ ยูฟ่ายังระบุว่า “คำสั่งลงโทษด้วยการพักการแข่งขันอย่างน้อย 1 นัดโดยอัตโนมัติหลังได้รับใบแดง ไม่ใช่ทางเลือกที่สามารถใช้ดุลยพินิจ และไม่จำเป็นต้องรอการตัดสินจากองค์กรใดจึงจะมีผลบังคับใช้ เพราะเป็นหลักการที่บัญญัติไว้ในกฎระเบียบ ซึ่งไม่สามารถยกเว้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างการแข่งขันที่มีนักเตะหลายคนได้อยู่ในสถานการณ์เดียวกันและต่างก็รับโทษแบนตามปกติ”

ยูฟ่าระบุว่า ความนิยมของกีฬาฟุตบอลทั่วโลกตั้งอยู่บนพื้นฐานของการบังคับใช้กติกาอย่างสม่ำเสมอ

“ฟุตบอลเป็นกีฬาที่ได้รับความรักมากที่สุดในโลก เพราะเป็นเกมที่งดงาม และได้รับความไว้วางใจ เพราะไม่ว่าจะเล่นที่ใดในโลกก็ใช้กฎกติกาเดียวกัน” แถลงการณ์ระบุ พร้อมเตือนว่า ความน่าเชื่อถือของเกมกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง และความน่าเชื่อถือของการแข่งขันกำลังถูกบั่นทอนจากการตัดสินใจที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อย่างไร้เหตุผล และไม่ยุติธรรมของฟีฟ่า

โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ