
จูเลียส แบร์ (Julius Baer) บริษัทจัดการความมั่งคั่งของสวิตเซอร์แลนด์ เผยแพร่รายงานความมั่งคั่งและไลฟ์สไตล์ทั่วโลก (Global Wealth and Lifestyle Report) ประจำปี 2569 เมื่อวานนี้ (7 ก.ค.) ผลปรากฏว่า กรุงเทพฯ ขึ้นแท่นท็อป 10 เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกสำหรับกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง (HNWI) โดยขยับขึ้นจากอันดับที่ 11 ในการจัดอันดับครั้งก่อน มาอยู่ที่อันดับ 10 ในการจัดอันดับปีนี้
รายงานดังกล่าวได้ติดตามราคาสินค้าและบริการระดับหรูรวม 20 รายการ ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย รถยนต์ นาฬิกา เครื่องประดับ ไปจนถึงการรับประทานอาหารระดับไฟน์ไดนิง ในเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ 25 แห่งทั่วโลก
การที่กรุงเทพฯ เข้าสู่ 10 อันดับแรกนี้ ตอกย้ำสถานะของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในฐานะมหาอำนาจหลักที่มีความมั่งคั่งในระดับโลก โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกครองตำแหน่งถึงครึ่งหนึ่งของ 10 อันดับเมืองที่แพงที่สุดในโลก นำโดยสิงคโปร์ที่ยังคงรั้งตำแหน่งเมืองที่มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุดในโลกสำหรับการใช้ชีวิตระดับพรีเมียมเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่นติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ขณะที่ฮ่องกง (อันดับ 4) เซี่ยงไฮ้ (อันดับ 6) ซิดนีย์ (อันดับ 8) และกรุงเทพฯ (อันดับ 10) ตอกย้ำภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งด้านความหรูหราของภูมิภาคนี้
เมื่อแยกตามประเภทสินค้าและบริการ กรุงเทพฯ ติดอันดับ 1 เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกในหมวดสูทสำหรับบุรุษ รองเท้าสำหรับสตรี และค่าใช้จ่ายหลักสูตรปริญญาโทบริหารธุรกิจ (MBA) นอกจากนี้ กรุงเทพฯ ยังติดอันดับเมืองที่ราคารถยนต์หรูแพงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยเป็นรองเพียงสิงคโปร์เท่านั้น ส่วนสินค้ากลุ่มอื่น ๆ ที่มีต้นทุนสูงไม่แพ้กันในกรุงเทพฯ ได้แก่ แชมเปญ (อันดับ 4 ของโลก) ค่าเล่าเรียนโรงเรียนเอกชน (อันดับ 6) รวมไปถึงนาฬิกาหรูและกระเป๋าถือแบรนด์เนม (อันดับ 7)
เปิดโผ 10 อันดับเมืองค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกสำหรับไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม ประจำปี 2569
- สิงคโปร์
- ซูริก (สวิตเซอร์แลนด์)
- โมนาโก
- ฮ่องกง
- ลอนดอน (อังกฤษ)
- เซี่ยงไฮ้ (จีน)
- ปารีส (ฝรั่งเศส)
- ซิดนีย์ (ออสเตรเลีย)
- มิลาน (อิตาลี)
- กรุงเทพฯ (ไทย)
โดย กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์/ปนัยดา ปัทมโกวิท





