หุ้นไทย มิ.ย.คึกคัก วอลุ่มพุ่ง 7.4 หมื่นลบ.ต่างชาติหนีหุ้นเทคฯโลก ไล่ซื้อหุ้นปันผล

ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 SET Index ปิดที่ 1,591.24 จุด เพิ่มขึ้น 1.5% จากเดือนก่อนหน้า และ 26.3% จากสิ้นปี 2568 โดยสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เริ่มคลี่คลาย หลังข้อตกลงสันติภาพมีความคืบหน้า เป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน อย่างไรก็ตาม การปะทะที่ยังเกิดขึ้นเป็นระยะสะท้อนให้เห็นว่าข้อตกลงสันติภาพยังมีความเปราะบาง ควบคู่กับทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ตลาดจับตาอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ตลาดหุ้นโลกเผชิญความผันผวนมากขึ้นจากความกังวลเรื่องฟองสบู่ในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) จนนำไปสู่การปรับฐานในหลายตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยได้รับผลกระทบที่ค่อนข้างจำกัด เนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานภายในประเทศสนับสนุนในหลายมิติ

นายฉัตรชัย ทิศาดลดิลก ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจัยภายในประเทศที่เป็นแรงหนุนตลาดหุ้นไทยในเดือนมิถุนายน 2569 ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2569 เป็น 2.3% จากประมาณการเดิมที่ 2% โดยมีภาคการส่งออกที่ขยายตัวได้ดี ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก 

ขณะเดียวกัน สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำอย่าง Moody’s Ratingsและ S&P Global Ratings มีมุมมองความน่าเชื่อถือของไทยในระดับมีเสถียรภาพ (Stable Outlook) พร้อมกันนี้ นักวิเคราะห์ปรับขึ้นประมาณการกำไรหลายกลุ่มธุรกิจในตลาดหุ้นไทย ด้านผู้ลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิในเดือนมิถุนายนกว่า 211 ล้านเหรียญสหรัฐ และมียอดซื้อสุทธิสะสม ตั้งแต่ต้นปี รวม 881 ล้านเหรียญสหรัฐ

ในแง่ของสภาพคล่อง เดือนมิ.ย. มีปริมาณการซื้อขายสูงสุดของครึ่งปีแรก อยู่ที่ราว 74,000 ล้านบาท ซึ่งโดยเฉลี่ยครึ่งปีแรก ปริมาณการซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 66,000 ล้านบาท ขณะที่แนวโน้มครึ่งปีหลังประเด็นสงครามในตะวันออกกลางยังต้องจับตามอง แม้จะมีการเจรจาสันติภาพกันแต่ข้อตกลงยังเปราะบาง สะท้อนจากราคาน้ำมันทีเด้งขึ้นมาบางช่วง รวมทั้งยังต้องติดตามประเด็นทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟด อย่างไรก็ตามยังมีประเด็นบวกจาก Fund Flow ที่มีการปรับฐานจากหุ้นเทคโนโลยีโลก ซึ่ง Valuation ค่อนข้างตึงตัว ทำให้มีแรงขายออกมาและไหลเข้าหุ้นไทย ที่เป็นหุ้น Value และให้ปันผลที่ดี อาทิ กลุ่มธนาคาร ซึ่งจะมีการประกาศผลประกอบการในเดือนนี้ น่าจะเห็นทิศทาง Fund Flow ที่ชัดเจนขึ้น

ส่วนมาตรการภาษีใหม่ของสหรัฐฯ ภายใต้มาตรา 301 คาดว่าอัตราภาษีใหม่อยู่ที่ 10-12.5% จากเดิมเก็บอยู่ที่ 10% มองว่าไม่ได้กระทบอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ แม้โครงการไทยช่วยไทยพลัส จะสิ้นสุดเดือนก.ย. แต่ในช่วงปลายปียังมีมาตรการท่องเที่ยวเข้ามากระตุ้นอีก รวมทั้งงบประมาณปีนี้น่าจะใช้จ่ายได้ตามปกติ เป็นปัจจัยบวกส่งผลต่อหุ้นไทย

ด้านนายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวถึงทิศทาง Fund Flow ว่าที่เข้าตลาดหุ้นไทยในช่วงที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่ปัจจัยในประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ตลาดหุ้นไทยได้อานิสงส์จากเหตุการณ์ในตลาดหุ้นภูมิภาคบางส่วน นอกจากนี้เม็ดเงินส่วนหนึ่งที่ไหลออกจากกลุ่มเทคฯ เข้าหุ้นไทยที่เป็น Safe Haven แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์เพราะหากตลาดอื่นในภูมิภาคมีปัจจัยที่น่าสนใจ ก็อาจดึง Fund Flow ออกไปได้เช่นกัน

ภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทยเดือนมิถุนายน 2569 

  • ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 SET Index ปิดที่ 1,591.24 จุด เพิ่มขึ้น 1.5% จากเดือนก่อนหน้า และ 26.3% จากสิ้นปี 2568 
  • กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี และกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม  
  • มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai ในเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 74,436 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 อยู่ที่ 65,931ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมี 6 วันทำการที่มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยเกิน 1 แสนล้านบาท
  • ผู้ลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน ด้วยมูลค่า 6,996 ล้านบาท ส่งผลให้มียอดซื้อสุทธิสะสมในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ที่ 27,000 ล้านบาท 
  • ผู้ลงทุนต่างประเทศมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ระดับ 53.3% ตามด้วยผู้ลงทุนรายย่อยในประเทศ 31.7% ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศ 7.4% และบริษัทหลักทรัพย์ 7.7% 
  • Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ระดับ 16.1 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 13.2 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 16.8 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 17.3 เท่า 
  • อัตราเงินปันผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์ฯ อยู่ที่ระดับ 4.2% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 2.9% 

ภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เดือนมิถุนายน 2569 

  • ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ 630,426 สัญญา เพิ่มขึ้น 44.8% จากเดือนก่อน ปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของ SET50 Index Futures, Single Stock Futures และ Mini Gold Online ส่งผลให้ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมอยู่ที่ 552,900 สัญญา เพิ่มขึ้น 26% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน