กทม. ผนึกภาคเอกชนเปิดสถานีชาร์จ EV หนุนกรุงเทพฯ สู่เป้าหมาย Net Zero ปี 2050

พญ.เลิศลักษณ์ ลีลาเรืองแสง รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานร่วมในพิธีเปิดสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charging Station) โดยมี ผู้บริหารการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ผู้บริหารจากกลุ่มบริษัท ทีพีเอ็ม บริษัท Zeekr ประเทศไทย ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ร่วมงาน

สำหรับสถานี ZEEKR Power TPM 960 Ultra Fast Charging ตั้งอยู่บริเวณสี่แยกบุคคโล ถนนเจริญนคร เป็นสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ากำลังสูง 960 กิโลวัตต์ (kW) โดยบริษัทระบุว่าเป็นสถานีชาร์จที่มีกำลังสูงที่สุดในประเทศไทย พร้อมจัดสาธิตการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ZEEKR 7X เพื่อแสดงประสิทธิภาพการชาร์จแบบ Ultra Fast Charging ให้ผู้ร่วมงานได้รับชม

ปัจจุบัน กลุ่มบริษัท ทีพีเอ็ม ออโตโมทีฟ มีโชว์รูมรถยนต์ไฟฟ้า 2 แห่ง ได้แก่ สาขาเจริญนคร ซึ่งจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ ZEEKR และสาขากาญจนาภิเษก พร้อมมีแผนขยายธุรกิจเพิ่มอีก 3 แห่งภายในปี 2569 เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาดในประเทศไทย

พญ.เลิศลักษณ์ กล่าวว่า การเปิดสถานีอัดประจุไฟฟ้าในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค สนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนกรุงเทพฯ สู่การเป็นเมืองคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมือง ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยได้ดำเนินการตามแผนแม่บทด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมาอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบันได้จัดทำแผนปฏิบัติการสำคัญ ได้แก่ แผนปฏิบัติการด้านพลังงาน (Bangkok Energy Action Plan) และแผนปฏิบัติการด้านการจัดการของเสีย (Waste and Wastewater Action Plan) เพื่อผลักดันการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

กรุงเทพมหานคร (กทม.) ตั้งเป้าหมายเป็นเมืองที่สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมุ่งสู่การเป็น Bangkok Net Zero ภายในปี 2050 โดยมีเป้าหมายระยะกลางในปี 2030 ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 49% หรือประมาณ 10.15 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ผ่านการดำเนินงานใน 4 ภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ การใช้พลังงาน การคมนาคมขนส่ง การจัดการขยะและน้ำเสีย และการพัฒนาเมืองสีเขียว

พญ. เลิศลักษณ์ กล่าวว่า ภาคการคมนาคมเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่มีศักยภาพสูงในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยสามารถลดการปล่อยได้ถึง 39% ของเป้าหมายทั้งหมด การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าจึงเป็นกลไกสำคัญในการลดมลพิษทางอากาศ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ปัจจุบัน กทม. ได้ขับเคลื่อนการใช้ระบบขนส่งพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งการให้บริการรถโดยสารไฟฟ้า BMA Feeder เชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนในหลายเส้นทาง การให้บริการเรือโดยสารไฟฟ้าในคลองแสนแสบ ตลอดจนทยอยปรับเปลี่ยนยานพาหนะของหน่วยงาน กทม.ให้เป็นยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อเป็นต้นแบบขององค์กรภาครัฐด้านการลดการปล่อยคาร์บอน

“กรุงเทพมหานคร พร้อมสนับสนุนความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันพัฒนาระบบคมนาคมที่สะอาด ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ รองรับเทคโนโลยีแห่งอนาคต และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ควบคู่กับการก้าวสู่เป้าหมาย Bangkok Net Zero ในปี 2050” พญ.เลิศลักษณ์ กล่าว

โดย รัชดา คงขุนเทียน/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์