
ไทย-มาเลเซีย เปิดถนนเชื่อมด่านสะเดา-บูกิตกายูฮิตัม พลิกโฉมโครงสร้างพื้นฐานสู่ “Tourism Infrastructure” ยกระดับความสะดวกการเดินทางทางบก ททท. เดินหน้ากลยุทธ์ Value over Volume ปั้นภาคใต้สู่ Southern Tourism Gateway ดึงกลุ่มนักท่องเที่ยวขับรถข้ามแดน เผยสถิติล่าสุด นักท่องเที่ยวมาเลย์ เข้าไทยกว่า 2 ล้านคน ผ่านด่านทางบกถึง 86% มั่นใจด่านใหม่ช่วยกระจายรายได้สู่เมืองน่าเที่ยวภาคใต้ระยะยาว
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย และ ดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ร่วมเป็นประธานพิธีถนนเชื่อมต่อระหว่างด่านศุลกากรสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา กับด่านบูกิตกายูฮิตัม รัฐเกดะฮ์ ประเทศมาเลเซีย นับเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม ที่จะช่วยยกระดับการเชื่อมโยงการเดินทาง การค้าและการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ พร้อมสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลด้าน Ease of Traveling เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการเดินทางของภูมิภาคอาเซียน

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ถนนเชื่อมต่อระหว่างด่านศุลกากรสะเดา จ.สงขลา และด่านบูกิตกายูฮิตัม รัฐเกดะฮ์ ประเทศมาเลเซีย ไม่ใช่เพียงโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม แต่เป็น Tourism Infrastructure ที่สร้างมูลค่าเพิ่มในระบบเศรษฐกิจ รองรับการเติบโตของกลุ่ม Overland Tourism โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวมาเลเซีย ซึ่งมีพฤติกรรมการเดินทางมายังประเทศไทยด้วยการคมนาคมทางบกเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะทำให้การเดินทางระหว่างประเทศไทย-มาเลเซีย มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น
พร้อมกันนี้ ยังทำการตลาดเชิงรุกรองรับการเปิดด่านแห่งใหม่ร่วมมือกับพันธมิตรการท่องเที่ยวในพื้นที่มาเลเซีย และชมรมผู้ใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ของมาเลเซีย กระตุ้นการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล และคาราวานท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมผลักดันเส้นทางท่องเที่ยวแบบ Scenic Route เพื่อกระตุ้นการเดินทางระหว่างกันในรูปแบบการท่องเที่ยวขับรถข้ามแดน (Cross-border Tourism) อันนำไปสู่การะจายรายได้สู่พื้นที่ชายแดนและเมืองน่าเที่ยวของภาคใต้ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ในฐานะศูนย์กลางการเดินทางของภูมิภาคอาเซียน

น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท. มุ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการเดินทางด้วยกลยุทธ์ Value over Volume เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ การยกระดับโครงสร้างพื้นฐานบริเวณด่านสะเดาแห่งใหม่ครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทย และเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันความร่วมมือภายใต้กรอบ Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle (IMT-GT) ซึ่งมุ่งเชื่อมโยงเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวของภูมิภาค
โดย ททท. เชื่อมั่นว่าจะช่วยยกระดับภาคใต้ของไทยสู่การเป็น Southern Tourism Gateway เชื่อมโยงการเดินทางไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์ และเพิ่มบทบาทของประเทศไทย ในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวของอาเซียนในระยะยาว
ในช่วงการเปิดด่านสะเดาแห่งใหม่ ททท. ยังเตรียมเปิดตัวโครงการ “New Hatyai” เชิญผู้ทรงอิทธิพลทางสื่อสังคมออนไลน์ (KOL) จากประเทศมาเลเซีย มาถ่ายทอดมุมมองใหม่ของหาดใหญ่ พร้อมเชื่อมโยงการเดินทางสู่จังหวัดพัทลุง ตรัง และนครศรีธรรมราช ควบคู่กับการจัดกิจกรรม Roadshow, Joint Marketing และประชาสัมพันธ์ร่วมกับพันธมิตรในประเทศมาเลเซีย เพื่อสร้างการรับรู้ในวงกว้าง กระตุ้นให้เกิดการเดินทางและการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ จากเมืองชายแดนสู่เมืองน่าเที่ยวของประเทศไทย
จากข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพบว่าตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-21 มิ.ย. 69 มีจำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซีย เดินทางเข้าไทยแล้ว 2,054,203 คน เป็นนักท่องเที่ยวผ่านด่านทางบก 1,768,663 คน คิดเป็น 86.1% และเป็นนักท่องเที่ยวที่ผ่านด่านสะเดาถึง 1,041,816 คน คิดเป็นประมาณ 50.7% ของนักท่องเที่ยวมาเลเซียทั้งหมดที่เดินทางเข้าไทย
สำหรับตลาดนักท่องเที่ยวมาเลเซีย ถือเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มศักยภาพที่เดินทางเข้าประเทศไทยเป็นอันดับที่ 2 รองจากนักท่องเที่ยวจีน ทั้งด้านความถี่ในการเดินทาง และการเดินทางซ้ำ นิยมเดินทางมาไทยเพื่อพักผ่อนวันหยุด และเป็น Weekend Destinations โดยมีแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในประเทศไทย ได้แก่ สงขลา กรุงเทพฯ นราธิวาส ยะลา ภูเก็ต กระบี่ และสตูล ตามลำดับ
โดย ปภัสสร องค์พิเชฐเมธา/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์





