
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงในวันศุกร์ (10 ก.ค.) ขณะที่นักลงทุนมีความหวังมากขึ้นว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาดำเนินการได้ในที่สุด อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันยังคงปิดตลาดสัปดาห์นี้ด้วยการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI [WTI.X] ส่งมอบเดือนส.ค.ลดลง 67 เซนต์ หรือ 0.93% ปิดที่ 71.41 ดอลลาร์/บาร์เรล
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) [BRENT.X] ส่งมอบเดือนก.ย. ลดลง 28 เซนต์ หรือ 0.38% ปิดที่ 76.01 ดอลลาร์/บาร์เรล
ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ น้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้นเกือบ 4% และน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวขึ้นประมาณ 5.5%
นักวิเคราะห์จาก Again Capital กล่าวว่า ตลาดพร้อมตอบรับข่าวดี หรืออย่างน้อยข่าวที่ไม่เลวร้าย และดูเหมือนว่าสถานการณ์จะไม่ทวีความรุนแรงไปกว่านี้
หลังการยุติการโจมตีทางอากาศตอบโต้กันไปมา และการที่สหรัฐฯ กับอิหร่านเตรียมกลับมาเจรจากันอีกครั้งในสัปดาห์หน้า นักลงทุนจึงคาดหวังว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานได้อีกครั้ง
นักวิเคราะห์จาก Price Futures Group ระบุในบทวิเคราะห์ว่า น่าประหลาดใจที่ราคาน้ำมันปรับตัวลง หลังพุ่งขึ้นใกล้ 76 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แม้ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะถูกปิดอีกครั้งก็ตาม โดยสาเหตุหลักมาจากความเชื่อมั่นว่า ศักยภาพทางทหารของสหรัฐฯ จะไม่ปล่อยให้ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดเป็นเวลานาน
เมื่อวันพฤหัสบดี กองทัพอิหร่านได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของสหรัฐฯ ในรัฐอ่าวอาหรับ เพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ ที่มุ่งเป้าไปยังพื้นที่ชายฝั่งทางตอนใต้และจังหวัดทางตะวันออกของอิหร่าน
ราคาน้ำมันลดช่วงบวกลง หลังสื่อรายงานว่า ผู้ไกล่เกลี่ยจากกาตาร์เดินทางไปยังอิหร่านเพื่อพบเจ้าหน้าที่อิหร่าน โดยมีเป้าหมายลดความตึงเครียดและสร้างเงื่อนไขให้การเจรจาในวงกว้างสามารถเดินหน้าต่อไปได้
ขณะเดียวกัน สื่ออิหร่านรายงานว่าเกิดเหตุระเบิดหลายครั้งในพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งรวมถึงเมืองบูเชห์ร ที่ตั้งของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งหนึ่งของอิหร่าน
ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านในช่วงที่ผ่านมา อาจทำให้ประมาณการที่ว่า ตลาดน้ำมันโลกจะมีอุปทานส่วนเกินจำนวนมากในปีหน้าต้องเปลี่ยนแปลงไป
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบต้องล่าช้าออกไป โดยก่อนเกิดสงครามเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ช่องแคบแห่งนี้เป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติราว 20% ของอุปทานโลกในแต่ละวัน
นักวิเคราะห์ของ UBS กล่าวว่า การที่ไม่มีการโจมตีอิหร่านเพิ่มเติมจากสหรัฐฯ ในช่วงข้ามคืน น่าจะเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมัน แม้ว่าการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ยังลดลงจะช่วยจำกัดการปรับตัวลงของราคาก็ตาม
ข้อมูลการติดตามเรือเดินสมุทรแสดงให้เห็นว่า เรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ยังคงแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่ปริมาณการเดินเรือโดยรวมในแต่ละวันยังคงชะลอตัว
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวในสัปดาห์นี้ว่า เขาไม่คิดว่าสงครามจะกลับมาปะทุขึ้นอีก และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็จะจบลงอย่างรวดเร็ว
นักกลยุทธ์ด้านสินค้าโภคภัณฑ์ของ ANZ กล่าวว่า แม้ว่าสหรัฐฯ จะเพิ่มการโจมตีฐานทัพในอิหร่าน แต่ตลาดได้รับความมั่นใจจากการที่รัฐบาลของทรัมป์หลีกเลี่ยงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน
นอกจากนี้ IEA ยังเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า ได้ปรับลดคาดการณ์การผลิตน้ำมันของรัสเซีย เนื่องจากยูเครนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซีย
สื่อรายงานว่า การผลิตน้ำมันเบนซินของรัสเซียลดลงเหลือเพียงประมาณ 65% ของระดับการบริโภคเฉลี่ยตามฤดูกาล หลังการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนส่งผลให้โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่หลายแห่งต้องหยุดดำเนินการ
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช





