ผนึกกำลังหน่วยงานกำกับ! เชื่อมข้อมูลเส้นทางเงินผ่านระบบ CHECKED อุดช่องโหว่ “เงินเทา”

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน เพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย (คณะกรรมการ Connect the Dots) เปิดเผยว่า เงินที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพหลอกไปจากประชาชนนั้น แทบไม่เคยอยู่นิ่งในที่เดียว แต่จะถูกโยกย้ายต่อเนื่องหลายทอด เพื่อลบร่องรอย มีการแปลงเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อให้ตรวจสอบยากขึ้น และบางส่วนนำไปซื้อทองคำ เพราะซื้อขายง่ายและแปลงเป็นเงินสดคืนได้เร็ว และสุดท้ายมักไหลผ่านบริษัทที่จดทะเบียนไว้บังหน้า ก่อนจะออกนอกประเทศ

ปัญหาที่ผ่านมา คือ หน่วยงานที่ดูแลธุรกรรมทางการเงินแต่ละช่วงของเส้นทางนี้ ต่างคนต่างเก็บข้อมูล โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะเห็นเฉพาะข้อมูลความเคลื่อนไหวในระบบธนาคาร ส่วนสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะเห็นเฉพาะข้อมูลความเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ดิจิทัล ด้านสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เห็นเฉพาะธุรกรรมต้องสงสัยที่ถูกรายงานเข้ามา และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะเห็นเฉพาะโครงสร้างบริษัท ซึ่งจะไม่มีหน่วยงานใดเห็นเส้นทางธุรกรรมทางการเงินทั้งเส้นตั้งแต่ต้นจนจบ ทำให้แม้แต่ละหน่วยงานจะทำงานของตนได้ดีเพียงใด เงินก็มีโอกาสหลุดรอดไปได้ทุกครั้งเมื่อข้ามจากช่วงหนึ่งไปอีกช่วงหนึ่ง

นายเอกนิติ กล่าวว่า จากเหตุนี้ 4 มาตรการที่รายงานความคืบหน้าในการประชุมคณะอนุกรรมการฯ วันนี้ จึงไม่ใช่มาตรการที่แยกจากกัน แต่คือการปิดช่องโหว่ทีละจุดตามลำดับเส้นทางที่ธุรกรรมผิดกฎหมายมักไหลผ่านจริง หากปิดเพียงจุดเดียวโดยไม่ปิดจุดอื่น มิจฉาชีพก็เพียงเปลี่ยนไปใช้ช่องทางที่ยังเปิดอยู่แทน

1. ปิดช่องทางร้านทอง โดยธนาคารแห่งประเทศไทย ได้กำหนดให้ร้านทองรายใหญ่ ที่ขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต้องรายงานการซื้อขายที่เป็นสกุลเงินบาท และให้สถาบันการเงินตรวจสอบความเสี่ยงลูกค้าที่มาซื้อทองคำปริมาณมากผิดปกติ
2. ปิดช่องทางสินทรัพย์ดิจิทัล โดยสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดให้แพลตฟอร์มต้องส่งข้อมูลผู้โอน และผู้รับโอนถึงกันทุกครั้ง (Travel Rule) เพื่อไม่ให้เงินดิจิทัลกลายเป็นจุดที่ตามรอยไม่ได้
3. เร่งความเร็วในการแจ้งเตือน โดยสำนักงาน ปปง. เร่งให้ผู้ประกอบธุรกิจรายงานธุรกรรมผิดปกติทันที ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ แทนที่จะรายงานล่าช้าจนเงินเดินทางไปไกลเกินตามทัน
4. ปิดช่องทางนอมินี โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตรวจสอบเข้มงวดบริษัทที่มีคนต่างชาติร่วมถือหุ้น หรือเป็นกรรมการที่มีลักษณะเสี่ยงเป็นนอมินี เพื่อไม่ให้เป็นปลายทางสุดท้ายที่ฟอกเงินให้ดูสะอาดก่อนออกนอกประเทศ

นายเอกนิติ กล่าวว่า สิ่งที่จะทำให้ทั้ง 4 จุดนี้ ทำงานเชื่อมกันได้จริง คือ ระบบที่คณะอนุกรรมการฯ กำลังผลักดัน ชื่อว่า Consent-driven Hub for Exchange of Compliance Knowledge and Encrypted Data หรือ CHECKED ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางให้ธนาคาร บริษัทสินทรัพย์ดิจิทัล ร้านทอง และหน่วยงานกำกับดูแลสามารถเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลถึงกันได้ โดยมีการควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลอย่างรัดกุม แลกเปลี่ยนเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น และได้รับความยินยอมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องถูกเปิดเผยโดยไม่จำเป็น

“กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ เดิมนักสืบการเงินแต่ละหน่วยงาน เห็นเพียงเบาะแสท่อนเดียวของเรื่องราวเดียวกัน แต่เมื่อระบบนี้เชื่อมข้อมูลเข้าด้วยกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเห็นเส้นทางเงินทั้งเส้นพร้อมกัน และสามารถตัดสินใจสกัดกั้นได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้อีกหน่วยงานหนึ่งตามมาทีหลัง” รองนายกฯ และรมว.คลัง ระบุ

นายเอกนิติ กล่าวว่า ประโยชน์ที่สังคมจะได้รับจะเกิดขึ้นในหลายระดับ กล่าวคือ

-ระดับผู้เสียหายโดยตรง เงินที่ถูกหลอกไปมีโอกาสถูกอายัดหรือตามคืนได้มากขึ้น เพราะเจ้าหน้าที่ไม่ต้องเสียเวลาขอข้อมูลจากหลายหน่วยงานทีละขั้น

-ระดับประชาชนทั่วไป การที่ช่องทางฟอกเงินผ่านทองคำ สินทรัพย์ดิจิทัล และบริษัทบังหน้าถูกปิดพร้อมกัน จะทำให้แก๊งอาชญากรรมที่อาศัยประเทศไทยเป็นทางผ่านเงิน มีต้นทุนสูงขึ้นและลดจำนวนเหยื่อรายใหม่ลงในระยะยาว

-ระดับประเทศ การมีระบบตรวจสอบที่เชื่อมโยงกัน จะช่วยยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลทางการเงินของไทยให้ทัดเทียมสากล ลดความเสี่ยงที่ไทยจะถูกจัดอยู่ในบัญชีประเทศที่มีความเสี่ยงด้านการฟอกเงินสูง ซึ่งหากถูกจัดอยู่ในบัญชีดังกล่าวจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ และต้นทุนการทำธุรกรรมระหว่างประเทศของภาคธุรกิจไทยโดยรวม

นายเอกนิติ กล่าวว่า ในระยะต่อไป คณะอนุกรรมการฯ จะเดินหน้าขยายการเชื่อมโยงข้อมูลให้ครอบคลุมตัวกลางทางการเงินทุกประเภทให้ครบถ้วนยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด “Connect the Dots” ซึ่งหมายถึง การต่อจุดข้อมูลจากทุกหน่วยงานให้เป็นภาพเดียวกัน ยิ่งต่อจุดได้มากและเร็วเท่าใด ช่องว่างที่มิจฉาชีพเคยอาศัยหลบหนี ก็จะยิ่งแคบลงเท่านั้น และในอนาคตจากฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกันจะถูกนำมาประเมินความเสี่ยงของผู้ทำธุรกรรม เพื่อสกัดกั้นความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นการ “Connect the Dots” ของคณะอนุกรรมการฯ ในครั้งนี้ จะเป็นการเสริมสร้างความโปร่งใส ความเป็นธรรม และเสถียรภาพของระบบการเงินไทยต่อไป

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ Connect the Dots ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลังเป็นประธาน ได้เห็นชอบเรื่องการจัดทำระบบใหม่ในการตรวจสอบข้อมูลกลาง ภายใต้ชื่อ “CHECKED” เพื่อมาแทนระบบ Data Bureau ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความเข้มข้นในการระบุและยืนยันตัวตนในการทำธุรกรรมต่าง ๆ

โดยระบบ Check จะมีการพิจารณาใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1. โปรไฟล์ ว่าใครเป็นผู้เปิดบัญชี 2. พฤติกรรม และ 3. การเคลื่อนไหวของธุรกรรมทาการเงินในมิติต่าง ๆ โดยระบบใหม่นี้จะทำให้มีการยืนยันและเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ โดยไม่มีการนำข้อมูลไปเก็บไว้ที่ใดที่หนึ่ง

ซึ่งระบบ “CHECKED” จะทำการติดตามธุรกรรม และพฤติกรรมทางการเงิน ซึ่งจะเชื่อมโยงการทำธุรกรรมต่าง ๆ ที่ชัดเจนขึ้น ทั้งรูปแบบเงิน และสินทรัพย์ที่ใช้แทนเงิน โดนหน่วยงานที่มีอำนาจในการตรวจสอบการดำเนินการเอาผิดทุนเทาตามกฎหมายสามารถใช้ข้อมูลในระบบ “CHECKED” ได้ และเชื่อมั่นว่าระบบดังกล่าว จะช่วยทำให้การปราบทุนเทาของประเทศไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“เรื่องนี้มีการประชุมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่พูดถึงเรื่องการระบุ หรือยืนยันตัวตนที่ต้องเข้มข้นมากขึ้นในการเปิดบัญชี อาจจะมีการยกระดับว่าใครเป็นผู้เปิดบัญชี มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องอย่างไร ธุรกรรมทางการเงินที่เข้าออกมีการเคลื่อนไหวอย่างไร จากปัจจุบันที่มีการตรวจสอบที่รัดกุมอยู่แล้ว เพียงแต่กำลังดูเทียบกับของสากลที่มีการปรับขึ้นมาว่าเป็นอย่างไร โดยระบบ CHECKED นี้ กระทรวงการคลัง ธปท. และสมาคมธนาคารไทย ดำเนินการร่วมกัน” โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าว

นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ยังได้มีการหารือถึงการยกระดับการป้องกันและปราบปรามทุนเทาในด้านอื่น ๆ ด้วย เช่น สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ปรับระเบียบให้เห็นพฤติกรรมและการเคลื่อนไหวทางการเงิน เพื่อป้องกันไม่ให้ไทยเป็นแหล่งเงินทุนผิดกฎหมาย

สำหรับผลการดำเนินงานในการปราบปรามทุนเทาในช่วงที่ผ่านมา หลังมีการตั้งคณะกรรมการ Connect the Dots พบว่า สแกมเมอร์ลดลง และได้มีการยกระดับความเชื่อมั่น เพื่อมุ่งให้ไทยไปสู่การเป็น financial hub

โดย คลฦ/ กษมาพร กิตติสัมพันธ์